เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2561 ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 8 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุเรือฟินิกซ์ล่มบริเวณเกาะเฮ ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิต 47 ราย หลังจากรัฐบาลมีความมุ่งมั่นตั้งใจกู้เรือฟินิกซ์ขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว โดยใช้เรือเครนจากสิงคโปร์เข้ามากู้ ใช้เวลาดำเนินการเพียง 5 วันเท่านั้น และจากการเข้าตรวจสอบวัตถุพยานต่างๆ โดยสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงส่วนของรัฐบาลจีน ซึ่งส่งผู้เชี่ยวชาญด้านเรือมาตรวจสอบคู่ขนานกับผู้เชี่ยวของเยอรมัน ทั้งสองส่วนมีความเห็นสอดคล้องกันเป็นหลัก คือ เรือไม่ได้มาตรฐาน
“ในเรื่องสำนวนการสอบสวน มี พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร.เป็นหัวหน้าคณะสอบสวน ผมในฐานะคณะทำงานชุดสอบสวน ทำงานร่วมกันหลายส่วน เรียนว่า วันนี้เรื่องสำนวนการสอบสวน เรื่องการแจ้งข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐ ก่อนหน้านี้มีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต ไปแล้ว 1 ราย ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนั้นมีการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ขับเรือ นายท้ายเรือ ผู้ประจำเรือ และเจ้าของอู่ต่อเรือ ซึ่งไม่ใช่เป็นอู่ต่อเรือจริงๆ เป็นแค่โรงกลึง มีการแจ้งข้อกล่าวหาไปทั้งหมด และส่งสำนวนให้ ป.ป.ช.แล้ว และจากพยานหลักฐานทั้งหมด เชื่อว่าจะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐที่อยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่านี้ได้ ขณะนี้ได้ประสาน และหารือกับกงสุลใหญ่จีนประจำประเทศไทยแล้วว่าในสัปดาห์หน้า เราจะปิดคดีนี้และแถลงข่าวร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รัฐบาลไทยได้พยายามดำเนินการเพื่อแสดงให้ทางฝ่ายจีนเห็นความตั้งใจเรื่องการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว รวมถึงการออกมาตรการต่างๆ ทำให้ขณะนี้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยขยับสูงขึ้นเป็นลำดับ จากเดือนละ 60,000 คน เดือนล่าสุดกว่า 90,000 คน ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่คนจีนจะกลับเข้ามาท่องเที่ยวที่ประเทศไทย จากความเชื่อมั่นในมาตรการรักษาความปลอดภัยในการเดินทางท่องเที่ยว” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าว

