เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภูริต มาศวงศ์ศา อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ฝ่ายตลาดต่างประเทศและผู้จัดการทั่วไปโรงแรมป่าตองรีสอร์ท โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์การท่องเที่ยวในเฟซบุ๊กส่วนตัว “Bhuritt Maswongssa” ว่า เฝ้ามองเรื่องภูเก็ตเงียบเป็นเมืองร้างที่มีใครบางคนนำไปโพสต์และมีความเห็นที่แตกต่าง เพราะในความจริงไม่ได้เป็นไปอย่างนั้นเลย นักท่องเที่ยวอาจจะลดลงบ้าง เนื่องจากสถานการณ์วิกฤตมีอยู่ทั่วโลก โดยเฉพาะในแถบยุโรป เที่ยวบินลดลงเนื่องจากชาร์เตอร์ไฟลต์ของกลุ่มทัวร์จีนลดน้อยลง แต่เที่ยวบินหลักจากเมืองจีนยังคงบินอยู่ปกติ
โรงแรมโดยทั่วไปมีอัตราการเข้าพักอยู่ที่ 75% โดยเฉลี่ย แต่โรงแรมที่เปิดมาเพื่อรับกลุ่มทัวร์จีนโดยเฉพาะอาจจะได้รับผลกระทบโดยตรง คือ มีอัตราการเข้าพักน้อย แต่โดยรวมสำหรับธุรกิจโรงแรมก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี แม้อัตราการเข้าพักจะลดน้อยลงกว่าปีที่แล้วบ้าง 5-10% สถิตินักท่องเที่ยวในภาพรวมตนมีข้อมูลที่สรุปมาจากการเก็บข้อมูลของท่าอากาศยานภูเก็ตและ ททท. (ขออนุญาตนำข้อมูลมาเผยแพร่) พบว่าเที่ยวบินลดลง แต่ผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุผลจากการเพิ่มขนาดเครื่องบินให้ใหญ่ขึ้นและลดเที่ยวบินลง อย่างไรก็ตาม กำลังซื้อของนักท่องเที่ยวในปัจจุบันลดลง เพราะตลาดและพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป และตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เราเริ่มคุ้นกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวจีนที่ใช้จ่ายด้วยอาลีเปย์ (ALI PAY) หรือ Wechat ที่มีหลายกลุ่มบอกว่านักท่องเที่ยวจีนไม่ใช้จ่ายเงิน เป็นทัวร์ศูนย์เหรียญ ผู้ประกอบการไม่ได้อะไร แต่เหตุการณ์เดือนกรกฎาคมก็สร้างความตึงเครียดให้พอสมควรกับตลาดในกลุ่มนี้ และเกิดผลกระทบในวงกว้างกับผู้ประกอบการที่รับนักท่องเที่ยวกรุ๊ปจีนโดยเฉพาะ
ในขณะเดียวกัน ตลาดกลุ่มอื่นๆ ก็ยังคงดำเนินไปตามปกติ และมีที่เพิ่มเติมเข้ามาก็คือตลาดอินเดีย ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แม้ว่าการจับจ่ายใช้สอยจะต่ำกว่าตลาดอื่นๆ และทราบมาว่าเวลานี้ทาง ททท.เองก็พยายามผลักดันให้เกิดตลาดใหม่ๆ ที่มีศักยภาพเกิดขึ้น เพื่อมาทดแทนบางกลุ่มตลาดที่กำลังหันไปท่องเที่ยวยังประเทศเพื่อนบ้านกันมากพอสมควร นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวบางกลุ่มตลาดลดลงไป โดยมีภาพถนนคนเดินย่านเมืองเก่าภูเก็ตและหาดป่าตอง ที่ตัวแทนผู้สื่อข่าวภูเก็ตถ่ายไว้เมื่อวานนี้มาลงให้ชมกันว่าการท่องเที่ยวของภูเก็ตไม่ได้เลวร้ายอย่างที่โหมกระพือโดยหนังสือพิมพ์ส่วนกลางฉบับหนึ่ง ดังนั้น การตลาดเฉพาะตัวของผู้ประกอบการจึงขึ้นอยู่กับการกระจายความเสี่ยงของกลุ่มตลาดซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องตระหนักและใช้มันให้เกิดประโยชน์ เพื่อไว้รับมือกับสถานการณ์ที่ผันแปรของทิศทางการท่องเที่ยวที่มีคู่แข่งเพิ่มมากขึ้นในละแวกใกล้บ้านเรา


ขอบคุณที่มาเฟซบุ๊ก Bhuritt Maswongssa

