เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มผู้ประกอบการค้าชายแดนนำรถยนต์บรรทุกสิบค้าพ่วงจำนวนกว่า 10 คันมาจอดขวางถนนบริเวณปากทางเข้าออกด่านพรมแดนเชียงของ สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 4 ด้านอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย โดยปิดกั้นทั้งเส้นทางขาเข้าและขาออกไม่ให้ยานพาหนะเข้าออก โดยเฉพาะรถยนต์บรรทุกสินค้าที่ข้ามมาจากฝั่งเมืองห้วยทราย ฝั่ง สปป.ลาว หลังไม่พอใจที่ทางการลาวได้ทำการกักรถบนต์บรรทุกสินค้าของผู้ประกอบการไทยไว้ที่บริเวณลานจอดรถจุดเปลี่ยนสินค้าหน้าด่านพรมแดนของลาว เพื่อเรียกเก็บเงินค่าลานจอดหรือค่าผ่านทางเพิ่ม
โดยนางจุรีรัตน์ แซ่ใช้ ผู้ประกอบค้าและขนส่ง บริษัทชัยสวัสดิ์ อินเตอร์จำกัด เปิดเผยว่าปัจจุบันมีรถบรรทุกสินค้าของไทยซึ่งบรรทุกสินค้าส่วนใหญ่เป็นผลไม้ประเภททุเรียน มังคุด และกล้วย ถูกกักไว้อยู่บริเวณหน้าด่านพรมแดนของลาว ประมาณ 60 คัน เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่มีคำสั่งจากทางการลาวให้มีการเก็บค่าฉางหรือลานจอด ซึ่งเป็นค่าผ่านทางเพิ่มจากปกติที่เคยเก็บอยู่ 1,600 บาท มีการเก็บเพิ่มอีก 1,690 บาทต่อคัน ซึ่งตกแล้วจำต้องเสียคันละกว่า 3,000 บาท ถือว่าเป็นค่าผ่านทางที่แพงมาก เพราะทางผู้ประกอบการไม่ได้เสียจุดนี้เพียงจุดเดียวแต่ยังมีค่าผ่านด่านในเขตรอยต่อชายแดนจีนอีก ที่สำคัญทางผู้ประกอบการไม่ทราบล่วงหน้ามาก่อนจึงบรรทุกสินค้าไปเต็มคันรถส่วนใหญ่เป็นผลไม้ที่เสียหายง่าย เมื่อไม่จ่ายรถก็ไม่สามารถผ่านทางได้ สร้างภาระในเรื่องของต้นทุนของผู้ประกอบการเป็นอย่างมากจึงอยากเรียกร้องให้ทางการลาวไม่เก็บเงินเพิ่มยังคงอัตตราค่าบริการเดิมและให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวของฝ่ายไทยเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหานี้ด้วย
โดยล่าสุดทางผู้ประกอบยังคงปผักหลักปิดถนนอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะมีหน่วยงานมาแก้ไขปัญหาให้ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจต้องนำกำลังมาเจรจาและจัดการจราจรเพื่อำนวยความสะดวกแก่รถยนต์อื่นๆที่จะมาใช้บริการยังด่านพรมแดนแห่งนี้


