เจ้าของบ้านสุดมึน! ไม่อยู่บ้านแต่ค่าน้ำประปาพุ่ง กว่า 1.6 หมื่น ตรวจสอบไม่พบน้ำรั่วไหลในบ้าน แต่ประปาภูเก็ตยันต้องจ่ายไม่งั้นจ่อฟ้อง ร้องศูนย์ดำรงธรรม จ.ภูเก็ต ช่วยเหลือ
เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ที่ศูนย์ดำรงธรรม ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต น.ส.ณัฐาภัสร์ เสริมโชติดำรงค์ เดินทางเข้าพบ น.ส.สุกาญจนา พุทธซ้อน นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ศูนย์ดำรงธรรม จ.ภูเก็ต เพื่อร้องเรียนขอความเป็นธรรมกรณีที่ถูกเรียกเก็บค่าน้ำประปาจากการประปาส่วนภูมิภาค จ.ภูเก็ต เป็นเงินจำนวนกว่า 16,570.29 บาท สูงกว่าความเป็นจริง
น.ส.ณัฐาภัสร์ เปิดเผยว่า ในเดือนกันยายน 2561 ที่ผ่านมามีใบเสร็จเรียกเก็บค่าน้ำประปาสูงถึง 16,570.29 บาท ซึ่งสูงกว่าความเป็นจริง ทั้งที่เป็นบ้านเรือนอยู่อาศัยธรรมดา ปกติตนเองก็ไม่ค่อยอาศัยอยู่ที่บ้านเนื่องจากไปทำงานที่ต่างจังหวัด ซึ่งมีพยานทั้งเอกสารและที่บุคคลสามารถยืนยันได้ แต่เมื่อไปแจ้งเจ้าหน้าที่การประปาส่วนภูมิภาคที่ จ.ภูเก็ต กลับไม่ฟังเหตุผลและไม่ได้ช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาให้ และยืนยันให้จ่ายเงินเพียงอย่างเดียว และนอกจากนี้ยังมีการข่มขู่จะฟ้องหากตนเองไม่จ่ายเงิน ซึ่งตนเองไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงิน แต่มีปัญหาที่มิเตอร์ขึ้นไปได้อย่างไรถึง 541,000 ลิตร(16,570.29 บาท) ในเดือนเดียว เทียบเท่ากับบ้านมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่เลย
ทั้งนี้จากการเปรียบเทียบใบเสร็จ 3 เดือน พบว่าเดือน สิงหาคม มิเตอร์ระบุการใช้น้ำเป็น 0 ลิตร ไม่มีการใช้น้ำ จ่ายเพียงค่ารักษามิเตอร์เพียง 32.10 บาท เท่านั้น แต่พอเดือน กันยายน มิเตอร์ทะลุ ขึ้นไปถึง 541,000 ลิตร (16,570.29 บาท) หลังจากนั้นในเดือน ตุลาคม มิเตอร์กลับมาปกติระบุ 0 ลิตร จ่ายเพียงค่ารักษามิสเตอร์เพียง 32.10 บาทเท่านั้น และหลังจากนั้น จนท.ยังมาตัดน้ำยกมิเตอร์น้ำไปอีก ทำให้ตอนนี้กลับมาอยู่บ้านไม่มีน้ำใช้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ณัฐาภัสร์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ได้ไปร้องเรียนไปศูนย์ดำรงธรรม อ.ถลาง และการประปาส่วนภูมิ จ.ภูเก็ต จนการประปาส่วนภูมิภาคที่ส่วนกลางก็ได้ส่งนายช่างมาตรวจสอบแล้วร่วมกับช่างประปาของหมู่บ้านปรากฎว่าไม่พบน้ำรั่วน้ำไหลจากภายในบ้านแต่อย่างใด จึงติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่แต่เจ้าหน้าที่ประปาส่วนภูมิภาคที่ จ.ภูเก็ต ยืนยันให้จ่ายค่าน้ำและจ่ายค่าติดตั้งมิเตอร์ใหม่อย่างเดียวถึงจะนำมิสเตอร์มาติดให้ และให้ใช้น้ำตามปกติ จึงเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงมาร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม จ.ภูเก็ต เพื่อขอให้ผู้ว่าราชการ จ.ภูเก็ต ให้ความเป็นธรรมและช่วยเหลือ เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรมจริงๆ และตอนนี้เดือนร้อนหนักไม่มีน้ำใช้
น.ส.ณัฐาภัสร์ ยืนยันว่าในช่วงเดือนกันยายนนั้นตนเองไม่ได้อยู่บ้านจริงๆ โดยไปทำงานอยู่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และที่บ้านก็ไม่มีใครอยู่อาศัยจึงไม่มีมีการใช้น้ำแต่อย่างใด เพราะหากมีน้ำรั่วไหลหรือท่อแตก ภายในบ้านของตนเองก็พร้อมที่จะจ่าย แต่นี่ไม่ได้อยู่ใช้น้ำ และเจ้าหน้าที่การประปาส่วนภูมิภาคจากส่วนกลางร่วมกับเจ้าหน้าที่ของหมู่บ้านร่วมกันตรวจสอบแล้วก็ไม่พบว่ามีการรั่วไหลจากภายในบ้าน จึงคิดว่าไม่เป็นธรรมกับตน

