ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00น.วันที่ 7 พ.ค 59 เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ได้รับแจ้งเหตุว่ามีช้างป่าภูวัวออกอาละวาดเข้าทำลายพืชและสวนยางพาราของชาวบ้านที่บ้านหนองแสงพัฒนา หมู่ที่ 11 ต.ท่าดอกคำ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ จึงเดินทางเข้าไปตรวจสอบ พบนางสมบูรณ์ แพงเนตร อายุ 35 ปีชาวบ้านผู้ประสบเหตุระทึกขวัญมีทั้งผู้ใหญ่และเด็กเล็กจำนวนมากจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้นสดๆ ให้ฟังว่า ขณะที่ตนและนายอวยชัย อภัยโส อายุ 31 ปีสามีกำหลังยอดข้าวอยู่กลางทุ่งนา โดยมีลูกๆ หลานๆ ชายหญิงอีก 9 คนวิ่งเล่นอยู่ใกล้ๆ ได้มีช้างพลายสีดอวิ่งลัดทุ่งนามาจากป่าสวนยางพารา จึงได้ร้องตะโกนบอกเด็กๆ วิ่งขึ้นไปหลบบนเถียงนาก่อน ตนละสามีก็วิ่งขึ้นไปสมทบ
นางสมบูรณ์ได้เล่าเหตุการณ์ระทึกขวัญต่อไปว่า ขณะที่เด็กๆ วิ่งหนีขึ้นไปหลบบนเถียงนาที่สูงห่างจากพื้นดินประมาณ 2 เมตร ช้างพลายสีดอก็ถูกสุนัข 4 ตัวเห่าไล่ ประกอบกับพวกตนได้เคาะสังกะสีไล่อยู่ข้างบน ทำให้ช้างตกใจวิ่งเข้าไปใช้หัวดันฝาข้างที่ทำด้วยสังกะสีและจุดที่เด็กๆ ยืนกอดกันกลมร้องไห้เสียงดังด้วยความตกใจ แล้ววิ่งหนีไปหลบอีกมุมฝั่งตรงข้าม แต่ช้างก็ยังวิ่งวนตามไปที่จุดเด็กๆ ยืนออกันอยู่ จากนั้นช้างพลายสีดอได้ก้มหัวมุดเข้าใต้พื้นกระดานแล้วดันจนทำให้พื้นกระดานเอียงตะปูยึดคานถอนออก เป็นเหตุให้เถียงนาพื้นเอียงเทกระจาดเด็กๆ ตกลงพื้นดินฝั่งตรงข้ามกับที่ช้างอยู่ จึงได้ตะโกนให้เด็กๆ ลุกขึ้นวิ่งหนีข้ามทุ่งนาเข้าหมู่บ้านแบบชนิดล้มลุกคลุกคลานเอาชีวิตหนีรอดมาได้ แต่นายอวยชัย ก็ยังได้รับบาดเจ็บที่นิ้วนางด้านขวา ส่วนเด็กๆ ก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
ด้านไพสิทธิ์ ปัททุม เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว เล่าว่าขณะที่ตนพร้อมพวก 5 คนได้ไล่ต้อนช้างพลายสีดอที่หนีลงมาจากภูวัวลงมาหากินด้านล่าง เนื่องจากข้างบนแห้งแล้งไม่มีแม้น้ำจะกิน แต่ช้างก็ยังตื่นคนที่คอยขับรถแห่ดู ทำให้ช้างไม่ยอมเข้าป่าตามทิศทางที่อยากให้ไป แต่กลับวิ่งไปในจุดที่มีเด็กๆ อยู่จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะนี้ช้างตัวดังกล่าวได้เข้าไปหลบซ่อนอยู่ในวัดป่าธรรมมงคลห่างจากหมู่บ้านไป 2 กิโลเมตร จึงได้ประกาศเตือนให้ชาวบ้านและผู้ที่จะออกไปกรีดยางกลางคืนได้ระมัดระวังตัวด้วย

