เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในหน้าสังคมออนไลน์ของชาวลำปางได้มีการแชร์ภาพลมหมุนที่กำลังหมุนขึ้นสู่ท้องฟ้า ลักษณะคล้ายกับพายุงวงช้าง โดยเป็นภาพที่มีประชาชนชาวลำปางถ่ายไว้ในในพื้นที่ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ในช่วงที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงเมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้ โดยเป็นลักษณะลมหมุนแรงที่เกิดวนขึ้นกลางทุ่งนาและหมุนวนขึ้นไปบนท้องฟ้า แต่ก็เกิดสลายตัวไปก่อนที่จะถึงก้อนเมฆพายุฝนฟ้าคะนองที่ลอยอยู่ด้านบน ทำให้ชาวลำปางที่พบเห็นภาพดังกล่าวต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นลมแรงมาก และเป็นภาพที่ไม่เคยพบเห็นเกิดขึ้นมาก่อนในพื้นที่ จ.ลำปาง
สำหรับการเกิดลมหมุนดังกล่าวนั้น นายทิวา พันธ์ไม้สี ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง เปิดเผยว่า เมื่อตรวจสอบจากภาพพบว่า ไม่ได้เป็นลักษณะเหมือนพายุงวงช้างที่มักเกิดขึ้นในทะเลภาคใต้ แต่ลมดังกล่าวเรียกว่าลมหัวกุด เพราะลมยังไม่ยาวไปจนถึงบนท้องฟ้า โดยเกิดขึ้นในช่วงที่สภาพอากาศในพื้นที่บริเวณผิวดินเกิดร้อน เมื่อบนท้องฟ้ามีความเย็น อันเนื่องจากใกล้ที่จะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง จึงทำให้ลมเกิดหมุนวน และกำลังจะหมุนขึ้นไปบนท้องฟ้า แต่ยังหมุนวนไม่ถึงกลุ่มก้อนเมฆ ทำให้เรียกว่าลมหัวกุด ซึ่งลมลักษณะดังกล่าวนั้นเมื่อแรงลมมีขนาดใหญ่และแรงก็จะทำให้เกิดผลกระทบต่อบ้านเรือนราษฎรได้เช่นเดียวกับลมแรงที่ทำให้เกิดวาตภัยขึ้นในหลายพื้นที่ของ จ.ลำปาง
“สภาพอากาศที่ร้อนจัดและร้อนอบอ้าวอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ จึงทำให้ จ.ลำปาง เกิดวาตภัยขึ้นบ่อยครั้ง เมื่อในพื้นที่เกิดร้อนและบนท้องฟ้ามีอากาศที่เย็นจากความกดอากาศ จึงทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งความรุนแรงก็จะเกิดขึ้นแตกต่างกัน โดยเฉพาะฝนฟ้าคะนองและลูกเห็บตก ก็จะเกิดขึ้นจากการก่อตัวของกลุ่มก้อนเมฆบนท้องฟ้า สำหรับภัยทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.ลำปาง โดยเฉพาะในช่วงระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าเกิดพายุลมแรงมากที่สุด คือ วันที่ 28 เมษายน 2559 ที่ทำให้ตัวเมืองลำปางและในหลายอำเภอประสบภัยอย่างหนัก เนื่องจากในวันดังกล่าว ในช่วงที่เกิดภัยมีความเร็วแรงลมวาตภัยมากถึง 83 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เกิดขึ้นมาก” นายทิวากล่าว

