จากกรณีเด็กหญิง 12 ปี ถูกวัยรุ่น 5 คนรุมโทรมข่มขืน เหตุเกิดในร้านจำหน่ายสินค้าราคาถูก ถนนสุดบรรทัด เขตเทศบาลเมืองสระบุรี ตรงข้ามวิทยาลัยอาชีวศึกษาสระบุรี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ก่อทั้ง 5 ราย ก่อนนำไปสอบสวน แจ้งข้อหา และส่งไปควบคุมตัวที่สถานพินิจแล้ว ต่อมามีกระแสข่าวผู้บริหารโรงเรียนให้เด็กหญิง 12 ปี ผู้เสียหายออกจากโรงเรียน เนื่องจากทำให้โรงเรียนเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่ผู้อำนวยการกองการศึกษาเทศบาลเมืองสระบุรี ในฐานะผู้รับผิดชอบดูแลโรงเรียน 101 แห่งในสังกัดเทศบาล รวมทั้ง โรงเรียนที่เด็กหญิงศึกษาอยู่ ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวการให้เด็กหญิงออกจากโรงเรียนนั้น
ล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 24 ธันวาคม ที่หมู่บ้านอยู่สบาย ต.หินกอง อ.หนองแค จ.สระบุรี นายอาคม กำเหนิดพรหม อายุ 30 ปี พ่อของเด็กหญิง 12 ปี เปิดเผยว่า เรื่องโรงเรียนของน้อง ตนได้ถามลูกถึง 2 ครั้ง ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร ซึ่งลูกเล่าว่าหลังเกิดเรื่องได้กลับไปเรียนตามปกติ แต่ผู้อำนวยการโรงเรียนให้รับประทานอาหาร และนอน โดยมีผู้อำนวยการโรงเรียนคอยดูแล จู่ๆ มีป้า 2 คนเดินเข้ามาหา แล้วพูดว่ากับลูกตนว่า “เธอก็รู้จักผู้ชาย 5 คนนั้น เธอก็ยอมมันเอง เธอจะทำให้มันเป็นเรื่องทำไม” ซึ่งลูกสาวตนตอบไปว่า “หนูไม่รู้จัก แล้วหนูก็ไม่ได้ยอม” ก่อนป้าคนเดิมจะพูดว่า “เธอทำให้โรงเรียนเสียชื่อเสียง เธอยังอยากจะเรียนอยู่ไหม ถ้าเธอขาดเรียนอีกครั้ง ฉันจะไล่เธอออกเลยนะ หน้าตาเธอก็ดีนะ แต่ทำไมนิสัยไม่ดี” ก่อนป้าคนดังกล่าวจะเบะปากแล้วเดินออกจากห้องไป ซึ่งลูกสาวบอกว่าป้าทั้ง 2 คน มีตำแหน่งสูงกว่าผู้อำนวยการโรงเรียน
นายอาคมกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม รู้สึกเสียใจมากที่ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุญาตให้หญิง 2 คน พูดกับลูกตนแบบนี้ แม้ตัวผู้อำนวยการโรงเรียนจะไม่ได้พูดกระทบจิตใจลูกก็ตาม หลังเกิดเรื่องนี้ ลูกสาวเครียดเพิ่มมากขึ้น และพูดกับตนว่า “หนูใช่มั้ย ที่เป็นคนผิด” ตนรู้สึกว่าลูกพยายามหนีปัญหา กลัวลูกจะหนีไปอยู่ที่อื่น และลูกเคยบอกว่า ถ้าหนูไม่อยู่ พ่อจะเสียใจไหม ถ้าหนูตายไปเรื่องทุกอย่างจะจบใช่ไหม”
“ผมเลยตัดสินใจให้น้องลาออกจากโรงเรียน ผมไม่มีโอกาสไปพูดคุยกับคนที่พูดแบบนั้นกับน้อง เพราะผมต้องทำเรื่องที่ใหญ่กว่า คือการสู้คดี และหาที่อยู่ใหม่ให้น้อง ส่วนเรื่องของน้องตอนนี้ มีหน่วยงานเอกชน มีนายนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้สำนักคุ้มครองพยานนำน้องไปดูแลแล้วในโครงการคุ้มครองพยาน ซึ่งเป็นการดูแลลูกผม และน้องอีกคนหนึ่งที่อายุ 16 ปี ซึ่งนายธวัชชัยจะเยียวยาจิตใจของน้องทั้ง 2 คน จนกว่าจะดีขึ้น ก่อนจะสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้ง ส่วนเรื่องคดีจะดำเนินการต่อไป จะเอาผิดให้ถึงที่สุด ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ โดยจะให้ทนายเข้าไปจัดการมากขึ้นด้วย” นายอาคม กล่าว


