เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม ที่ศาลาประชาคมบ้านห้วยทรายขาว หมู่ 6 ต.สาคู อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมนายธวัช หงส์บิน นายอำเภอพระแสง นายเกษม สมัยแก้ว เกษตรและสหกรณ์จังหวัด และเจ้าหน้าที่การยางแห่งประเทศไทย สาขาสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ศาลาประชาคมบ้านห้วยทรายขาว หมู่ 6 สถานที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และประชุมคณะกรรมการหมู่บ้าน กรณีเพจชมรม Strong จิตพอเพียงต่อต้านทุจริตจังหวัดสุราษฎร์ธานี เผยแพร่คลิปเรียกเก็บเงินชาวสวนยางรายละ 500 บาท ที่ยื่นใบสมัครเข้าร่วมโครงการบรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรชาวสวนยาง เป็นการเข้าข่ายเรียกรับสินบนหรือไม่? ซึ่งนายวิชวุทย์ได้รับทราบว่าเป็นการเรี่ยไรเงินสร้างกำแพงหมู่บ้าน จึงได้สั่งให้หยุดเรี่ยไร และให้นำเงินคืนชาวบ้านทั้งหมด เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมานั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมดังกล่าว นายธีระ รัศมีพงศ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.สาคู ที่ถูกระบุเป็นผู้เรียกเก็บเงิน ลุกขึ้นกล่าวว่า ต้องขอโทษทุกคนที่ทำให้เดือดร้อน การเรี่ยไรเงินเป็นไปตามข้อตกลงตามมติคณะกรรมการหมู่บ้าน เพื่อนำเงินมาสร้างกำแพงกั้นน้ำ และดินโคลนไหลเข้าท่วมสนามฟุตซอล และถนนหมู่บ้านเวลาฝนตกหนัก ไม่ได้มีเจตนาทุจริตอะไรเลย ซึ่งการบริจาคเป็นไปด้วยความสมัครใจของชาวบ้านที่มีจิตศรัทธาคนละ 500 บาทบ้าง 300 บาท 200 บาท แต่มีผู้ไม่หวังดีถ่ายคลิปนำไปโพสต์เพื่อเบี่ยงเบนประเด็นจนเสียหาย จึงอยากขอโทษชาวบ้าน และผู้บังคับบัญชากับเรื่องที่เกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมานายวิชวุทย์ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางไปตรวจดูแนวรั้วกำแพง และพื้นที่สนามฟุตซอลที่เคยถูกน้ำท่วมจริง ว่า มาตรวจสอบเรื่องเรี่ยไร ไม่เกี่ยวกับการหักหัวคิวอะไรเลย สิ่งที่ผู้ใหญ่บ้านขอบริจาคด้วยความหวังดี จะสร้างกำแพงป้องกันน้ำเข้ามาท่วมเสียหาย แต่เมื่อปราฎเป็นข่าวมีการเรี่ยไรผู้ที่มาลงทะเบียนรับสิทธิช่วยเหลือด้านยางพารา ตนเห็นว่าไม่ถูกที่ ไม่ถูกเวลา จึงขอให้ยุติ และคืนเงินทั้งหมดไปแล้ว เหลือเพียงบางรายที่จะมาลงทะเบียนในวันที่ 25 ธันวาคม ก็ให้คืนให้หมด ส่วนการซ่อมแซมกำแพง ผู้ว่าฯ นายอำเภอ และผู้ใหญ่บ้าน จะมาช่วยกันดูแลก่อสร้าง โดยตนขอร่วมบริจาคให้ก่อน 30,000 บาท
ด้านนายปรีชา รักบำรุง กรรมการหมู่บ้านคนหนึ่ง กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นสาธารณะประโยชน์ส่วนรวมของหมู่บ้าน ไม่มีใครบังคับ เป็นเรื่องการกุศล ตนเคยบริจาคเงินให้เป็นหมื่นบาทเพื่อซื้อพัดลมไว้ที่ศาลาประชาคม จึงไม่เข้าใจว่าทำไมต้องถ่ายคลิปไปเบี่ยงเป็นเรื่องอื่น เพราะไม่ได้หักหัวคิวใคร และทุกอย่างทำเพื่อหมู่บ้านเราเอง





