เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ว่าที่ร้อยโทอุทัย ชาญสุข ห้วหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ป่าน้ำหนาวซึ่งเป็นป่าเต็งรังและกำลังอยู่ในช่วงฤดูผลัดใบ โดยใบไม้จากเดิมซึ่งเป็นสีเขียวจะเริ่มกลายเป็นสีเหลือง สีส้ม สีแดง และสีน้ำตาล ก่อนจะร่วงหล่นจากต้นไปในที่สุด โดยใช้ระยะเวลาราว 60 วัน ตั้งแต่ราวเดือนธันวาคมไปจนถึงเดือนมกราคมของทุกๆ ปี ทำให้เกิดเป็นปรากฏการณ์ป่าเปลี่ยนสีที่เกิดขึ้นเพียงปีละครั้งเท่านั้น และจากการที่ป่าน้ำหนาวเป็นผืนใหญ่ มีเนื้อที่กว้างเกือบ 20,000 ไร่ การที่ป่าไม้เต็งรังเกิดปรากฏการณ์ป่าผลัดใบโดยพร้อมๆ กันทั้งผืนป่า กลายเป็นภาพที่สวยสดงดงามน่าอัศจรรย์ใจ เสมือนมีจิตรกรเอกใช้พู่กันมาระบายแต่งแต้มสีสันลงบนป่าผืนใหญ่ จนแลดูสวยงามน่าประทับใจอย่างยิ่ง ขณะเดียวกันถือเป็นมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอีกด้วย
“ในปีนี้ปรากฏการณ์ป่าเปลี่ยนสีที่น้ำหนาวค่อนข้างมาเร็วกว่าทุกปีที่ผ่านมา สืบเนื่องจากฝนช่วงปลายฤดูไม่ตกต่อเนื่อง ทำให้สภาพความชื้นในอากาศค่อนข้างน้อย และยังทำให้สภาพพื้นดินเกิดความแล้ง ส่งผลให้ต้นไม้เกิดการผลัดใบค่อนข้างเร็วขึ้นกว่าเดิมราว 2 สัปดาห์ ขณะนี้ผืนป่าในเขตพื้นที่โซนนี้ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของอุทยานฯ เนื้อที่เกือบ 20,000 ไร่ เกิดเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสลับสีส้มและสีแดงไปได้ราว 75-80 เปอร์เซ็นต์แล้ว คาดว่าในราวช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ ตั้งแต่ราววันที่ 30 ธันวาคมเป็นต้นไป จนถึงต้นมกราคมปีหน้าจะเป็นช่วงที่ป่าน้ำหนาวเปลี่ยนสีเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นจะทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวและพักค้างแรมที่อุทยานฯน้ำหนาวในช่วงปีใหม่ได้มีโอกาสได้สัมผัสปรากฏการณ์ป่าเปลี่ยนสีแบบเต็มตาอีกด้วย” ว่าที่ร้อยโทอุทัยกล่าว

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวกล่าวอีกว่า สำหรับจุดชมปรากฏการณ์ป่าเปลี่ยนสี ณ ภูหลังกงเกวียน อยู่บริเวณริมถนนทางหลวงหมายเลข 12 (หล่มสัก-ชุมแพ) ระหว่างหลัก กม.ที่ 417-426 โดยก่อนหน้านี้ทางอุทยานฯได้ทำการปรับปรุงสถานที่จอดรถให้กว้างขวางมากขึ้น จนสามารถจอดรถได้สะดวกราว 15 คัน ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวยังสามารถสัมผัสป่าเปลี่ยนสีได้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีทางเท้าศึกษาธรรมชาติระยะทางราว 80-100 เมตร ที่สำคัญไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว หมายเลขโทรศัพท์ 08-1062-6236



