เจ้าหน้าที่คุมเข้ม ‘แหลมสมิหลา’ เช้านี้ ตู้ม อีก 1 ลูก

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม หน่วยกำลังด้านความมั่นคงทั้งทหารจากทัพเรือภาค 2 ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา เจ้าหน้าที่ชุดอีโอดี (EOD) ยังคงร่วมกันปิดกั้นจุดเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดที่บริเวณแหลมสมิหลา 2 จุดเมื่อคืนที่ผ่านมา ห้ามไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายใน เนื่องจากยังคงพบสิ่งของต้องสงสัยที่อาจเป็นระเบิดอยู่อีกจำนวนหนึ่ง

โดยเมื่อเวลา 07.15 น. จนท.EOD ตรวจพบวัตถุต้องสงสัยในถังขยะ 1 ลูก ทำการเก็บกู้ทำลาย ล่าสุดนั้นเมื่อเวลา 08.00 น. ที่ผ่านมา มีเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้น บริเวณหิน ห่างจากรูปปั้นเงือกทองมาทางโรงแรมบีพี สมิหลา ประมาณ 30 เมตร ในขณะเดียวกัน ตลอดคืนที่ผ่านมา พบว่า เกิดเหตุระเบิดแล้วรวม 3 ครั้ง และ ยิงทำลายวัตถุต้องสงสัย 3 ครั้ง เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเคลียร์พื้นที่ เพื่อตรวจสอบว่ายังมีวัตถุระเบิดอยู่ภายในหรืออีกหรือไม่ เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุนั้นเป็นบริเวณชายหาด ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ จึงต้องตรวจสอบอย่างละเอียด

พนักงานโรงแรมบีพีสมิหลา ซึ่งตั้งอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุบอกว่า เช้านี้ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดดังขึ้น 2 ครั้ง ไม่นับรวมกับเมื่อกับเมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้ทำให้ลูกค้าของโรงแรม ยกเลิกการจองห้องพักแต่อย่างใด

โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคง จะมีการประชุมร่วมกันอีกครั้งเพื่อประเมินสถานการณี่เกิดขึ้น รวมถึงวิเคราะห์หาสาเหตุ ซึ่งเบื้องต้นยังไม่ฟันธงว่าสาเหตุมาจากสถานการณ์ไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาทางการเมือง หรือความขัดแย้งเรื่องอื่นๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำลังอาสารักษาดินแดนอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นำรถตรวจสรรพาวุธ เข้าทำการลาดตระเวน ตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย บริเวณย่านการค้ากลางเมืองหาดใหญ่ ทั้งบริเวณ ตลาดกิมหยง ถนนเสน่หานุสรณ์ ถนนนิพัทธ์อุทิศ 3 เพื่อป้องกันการลอบวางระเบิดในพื้นที่ โดยได้เพิ่มความเข้มข้นและความละเอียดรอบคอบในการตรวจสอบเพิ่มมากขึ้น ทั้งในส่วนของรถยนต์ รถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ริมถนน รวมถึงสิ่งของ ของร้านค้าต่างๆ ภายหลังเกิดเหตุร้ายไม่ทราบกลุ่มลอบวางระเบิด 2 จุด ที่แหลมสมิหลา อำเภอเมือง คือที่รูปปั้นเงือกทอง และบริเวณหน้าถ้ำ ซึ่งห่างกันประมาณ 200 เมตร เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา แม้จะไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต แต่ก็สร้างความเสียหายต่อภาพลักณ์ของจังหวัดอย่างมาก

ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้สั่งการให้ทุกพื้นที่เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันเหตุร้ายทุกรูปแบบ โดยเฉพาะในระยะนี้ซึ่งใกล้เข้าสู่เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยขอให้เจ้าหน้าที่มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ป้องกัน และ เข้าควบคุมที่เกิดเหตุ ให้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

บทความก่อนหน้านี้‘มุ้ย-เจ-อุ้ม’มาครบ! ‘ช้างศึก’แบโผ 23 แข้งลุยเอเชี่ยนคัพ
บทความถัดไป“กสทช.” เผย 3 ค่ายมือถือทำหนังสือเสนอขอให้ยุติการให้บริการ 2G ในวันที่ 31 ต.ค. 62