หน้าแรก ภูมิภาค สมาคมฯ ชี้ภัย...

สมาคมฯ ชี้ภัยแล้ง-อากาศร้อนจัด กระทบหนักผู้เลี้ยงหมูภาคใต้ ยืนยันราคาหมูขึ้นตามภาพรวมของประเทศ

9.05.16 | 13:53 น.

จากกรณีกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าเนื้อสุกรในตลาดสดพลาซ่า 3 เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ค้าที่ซื้อหมูมาชำแหละขาย มากกว่าครึ่งหนึ่งปิดเขียงขายหมูชั่วคราว เพื่อคัดค้านราคาหมูแพงเกินจริง เนื่องจากราคาหมูเป็นปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา จากกิโลกรัมละ 58 บาท ขณะนี้อยู่ที่ 80 บาท โดยปรับขึ้นถึงอาทิตย์ละ 6 บาท กระทบกับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ซื้อหมูมาชำแหละขายเนื่องจากขายยาก
เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า ราคาหมูหน้าฟาร์มที่ปรับขึ้นสอดคล้องกับราคาหมูในภาพรวมของประเทศจากปริมาณหมูที่ออกสู่ตลาดลดลง พร้อมระบุว่าผู้เลี้ยงหมูไม่ได้ฉวยโอกาสขึ้นราคา และราคาหมูในภาคใต้ปรับขึ้นช้ากว่าภูมิภาคอื่นแม้ว่าต้องแบกต้นทุนสูงขึ้นเหมือนกัน

นายศักดิ์สิทธิ์ โอวรารินทร์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ เปิดเผยว่า ราคาหมูหน้าฟาร์มในภาคใต้ที่ปรับขึ้นในขณะนี้เกิดขึ้นสอดคล้องตามภาพรวมภาวะตลาดผลิตผลทางการเกษตรในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน เป็นผลจากปัญหาภัยแล้ง อากาศร้อนจัด ทำให้หมูกินอาหารน้อยและโตช้ากว่าปกติ ส่งผลให้มีปริมาณหมูในช่วงนี้ออกสู่ตลาดน้อยลง ไม่เพียงพอกับความต้องการในตลาด ประกอบกับต้นทุนการเลี้ยงที่สูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ ที่ปรับเพิ่มขึ้น

“เกษตรกรไม่ได้ฉวยโอกาส ราคาหมูของภาคใต้ปรับขึ้นตามกลไกของตลาด ทั้งนี้เกิดขึ้นเหมือนกันทุกภูมิภาคในประเทศ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน ที่ราคาเนื้อหมูปรับสูงขึ้น เนื่องจากภัยแล้ง ขาดน้ำและอากาศร้อนจัด ส่งผลให้ปริมาณหมูในตลาดลดลง และภาระต้นทุนการเลี้ยงที่ปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะภาคใต้ต้องซื้อข้าวโพด ปลายข้าว และกากถั่วจากภาคกลาง ที่สำคัญราคาหมูในภาคใต้ยังปรับขึ้นช้ากว่าภูมิภาคอื่น” นายศักดิ์สิทธิ์กล่าว

ทั้งนี้ สมาคมฯได้มีมติประกาศปรับราคาหมูหน้าฟาร์มในภาคใต้ขึ้นมาอยู่ที่ 78 บาทต่อกิโลกรัม เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ซึ่งเป็นราคาที่ใกล้เคียงกับภูมิภาคอื่นที่ได้ปรับราคาหมูขึ้นไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยราคาในภาคเหนืออยู่ที่ 78-80 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนภูมิภาคอื่นราคาอยู่ระหว่างที่ 77-79 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งก่อนหน้านี้ ช่วงเดือนเมษายน ราคาหมูในภาคใต้ยังอยู่ที่ระดับ 66-70 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าภูมิภาคอื่น

“การปรับขึ้นราคาหมูในครั้งนี้ ถือเป็นภาวะที่ไม่ปกติเป็นไปตามภาพรวมราคาหมูในประเทศ และที่สำคัญเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูต้องอยู่ได้ เพราะเกษตรกรได้รับผลกระทบจากภัยแล้งต้องลดปริมาณเลี้ยงหมูลงทำให้รายได้ลดลงอยู่แล้ว และยังต้องเจอกับราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์แพงขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม ราคาหมูจะกลับสู่ภาวะปกติ เมื่อตลาดเข้าสู่ภาวะสมดุล” นายศักดิ์สิทธิ์กล่าว

Advertisement