เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2562 หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือน เรื่อง พายุ “ปาบึก” คาดว่าจะเคลื่อนผ่านปลายแหลมญวน และเคลื่อนลงอ่าวไทยช่วงวันที่ 2-3 มกราคม โดยจะมีผลกระทบต่อภาคใต้ในวันที่ 3-5 มกราคม ทำให้มีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งนั้น
ล่าสุด นายสมศักดิ์ ตันติเศรณี นายกเทศมนตรีนครสงขลา สั่งการให้เจ้าหน้าที่ปักธงแดงตลอดแนวชายหาด 9 กิโลเมตร ห้ามลงเล่นน้ำอย่างเด็ดขาด และส่งเจ้าหน้าที่กู้ชีพเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมรถกู้ชีพฉุกเฉินประจำชายหาด รวมทั้งแจ้งเตือนประชาชนให้ระวังผลกระทบจากพายุปาบึกในช่วงเวลาดังกล่าว
สำหรับจังหวัดสงขลาเป็นหนึ่งในจังหวัดที่จะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและคลื่นลมแรง โดยสภาพอากาศล่าสุด พบคลื่นลมบริเวณชายฝั่งเริ่มทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ชาวประมงบริเวณชายฝั่งของ จ.สงขลา 6 อำเภอ ตั้งแต่ อ.ระโนด สทิงพระ สิงหนคร เมือง จะนะ และ อ.เทพา ต้องหยุดออกเรือชั่วคราว
จากการตรวจสอบพบ ชาวประมงพื้นบ้าน บ้านบ่ออิฐ ต.เกาะแต้ว อ.เมือง จ.สงขลา ช่วยนำเรือประมงขึ้นจอดบนฝั่งบริเวณชายหาดบ่ออิฐอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันคลื่นซัดเรือเสียหาย ภายหลังคลื่นลมในทะเลมีกำลังแรงขึ้นและต้องหยุดทำการประมงจนกว่าคลื่นลมจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติและผ่านพ้นฤดูมรสุมช่วงกลางเดือนมกราคม
เมื่อเวลา 15.20น. วันเดียวกัน ศูนย์วิทยุกู้ภัย สภ.เมืองสงขลา ได้รับแจ้งเหตุเด็กจมน้ำทะเล บริเวณแหลมสมิหลา ตรงชายหาดใกล้รูปปั้นแมว จึงจัดเจ้าหน้ากู้ภัยของมูลนิธิเข้าให้ความช่วยเหลือ โดยมีหน่วย ADVANCE ของ โรงพยาบาลเมืองสงขลาร่วมปฎิบติหน้าที่ โดยพบเด็กชายวิวรรธณ์ รักเจริญสกุล อายุ 6 ปี อยู่ในอาการหมดสติ แต่ยังมีชีพจรและสามารถหายใจได้ จึงทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำส่งต่อห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลเมืองสงขลา ล่าสุดพ้นขีดอันตรายแต่แพทย์ยังไม่อนุญาตให้กลับบ้าน นับเป็นรายที่สองจากเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2562 มีเด็กอายุ 7 ขวบจมน้ำเสียชีวิต ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนเชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องเหตุระเบิดเงือกทอง เพราะปกติตรงจุดที่เด็กเล่นน้ำ มีระดับน้ำไม่ลึก แต่ทั้งนี้ถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคล

