วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุไฟไหม้ป่าในเขตรอยต่อบ้านขุนช่างเคี่ยน-อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ช่วงบ่ายและเจ้าหน้าที่ระดมกำลังกว่า 100 นาย เข้าทำแนวกันไฟเพื่อสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลามเป็นวงกว้างได้สำเร็จเมื่อเวลา 00.20 น.นั้น ล่าสุดเช้านี้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือได้นำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินสำรวจสภาพพื้นที่ พบว่ายังคงมีไฟปะทุคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่เสือไฟยังคงระดมกำลังผลัดเปลี่ยนกันเข้าไปดับไฟและฉีดน้ำเพื่อดับไฟอย่างต่อเนื่อง
นายพงศ์ภาวัต ใหญ่วงศ์กรณ์ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าเชียงใหม่ เปิดเผยว่า พื้นที่เกิดไฟไหม้อยู่ในเขตป่าขุนช่างเคี่ยน อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ซึ่งไม่เคยเกิดไฟไหม้หนักมา 2 ปีกว่า และไม่เคยเกิดไฟไหม้เป็นแนวยาวในลักษณะนี้มากว่า 10 ปี เบื้องต้นภาพรวมมีผืนป่าเสียหายกว่า 290 ไร่ มั่นใจว่าสาเหตุมาจากฝีมือของมนุษย์แน่นอน เพราะพื้นที่เพลิงไหม้เกิดพร้อมกัน 4 จุด คือ โซนด้านใต้นาไร่หลวง โซนด้านตะวันตกของศูนย์ประชุมและจัดแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ทั้ง 3 จุด อยู่ในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และโซนด้านทิศเหนือของสวนส้มเยื้องกับค่ายลูกเสือขุนช่างเคี่ยน อยู่ในพื้นที่ด้านหลังบ้านพัก 700 ปี ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของเขตทหาร จากนี้ไปคงต้องเฝ้าระวังมากขึ้น

ส่วนนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ได้สั่งตั้งวอร์รูมควบคุมไฟป่า เพื่อประสานสั่งการมิให้กลับมาลุกไหม้ได้อีก เชื่อว่าตลอดทั้งวันนี้เจ้าหน้าที่คงทำงานอย่างหนัก ร่วมกับเฮลิคอปเตอร์จากทั้งหน่วยฝนหลวงและกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนำน้ำเข้าสนับสนุนทางอากาศเพิ่มแล้ว อย่างไรก็ตามในส่วนของกระทรวงมหาดไทยกำชับในเรื่องการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและสอบถามเรื่องไฟป่าที่เกิดขึ้น

ด้านนายมงคล สุกใส รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวขณะบินขึ้นสำรวจความเสียหายโดยเฮลิคอปเตอร์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความเป็นห่วง และกำชับผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดที่ประสบปัญหาหมอกควัน 9 จังหวัด ให้ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพราะการบังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด แต่ต้องใช้การพูดคุยอธิบายให้ชาวบ้านเกิดความตระหนักมากขึ้น รวมทั้งดูแลด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนด้วย โดยรัฐบาลได้ขอร้องให้ทุกฝ่ายเข้าใจว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐมีความจริงใจในการแก้ปัญหามาโดยตลอด ส่วนความสำเร็จอย่างยั่งยืนนั้น อยู่ที่จิตสำนึกและความร่วมมือของทุกคนที่จะคำนึงถึงผลกระทบร่วมกัน ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับภาครัฐแต่เพียงฝ่ายเดียว

ขณะที่ นายอัมพร ปานมงคล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย กล่าวว่า ในส่วนรับผิดชอบของอุทยานฯ มีป่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 80 ไร่ โดยเชื่อว่ามาจากฝีมือคนในพื้นที่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นสวนลิ้นจี่นาไร่หลวง บ้านขุนช่างเคี่ยน ต.ช้างเผือก เพราะคนนอกพื้นที่คงไม่มีใครกล้าเดินเข้าไปลงมือในป่าอย่างนั้น ซึ่งวันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้ให้เจ้าของพื้นที่เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก เพื่อให้เจ้าหน้าที่สืบสวนและจับกุมตัวคนลงมือจุดไฟเผาป่ามาให้ได้ ซึ่งผมมาดำเนินการด้วยตนเองในบ่ายวันนี้

