หน้าแรก ภูมิภาค ชาวแม่สายยื่น...

ชาวแม่สายยื่นค้านสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย หวั่นทำน้ำท่วม กระทบสิ่งแวดล้อม

10.05.16 | 14:35 น.

วันที่ 10 พฤษภาคม ที่ศาลากลาง จ.เชียงราย กลุ่มชาวบ้านจากพื้นที่หมู่บ้านเหมืองแดง ม.2 ต.แม่สาย อ.แม่สาย และหมู่บ้านข้างเคียงซึ่งล้วนตั้งอยู่หน้าด่านพรมแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สาย นำโดยนายจตุรวิชช์ ดอกไม้ ประธานกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อ.แม่สาย นายประสิทธิ์ ชุ่มอุ่น ผู้ใหญ่บ้านเหมืองแดง เข้ายื่นหนังสือต่อนายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย

เพื่อขอให้มีการเลื่อนการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อรับฟังปัญหาและไกล่เกลี่ยข้อพิพาทโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียของเทศบาล ต.แม่สาย ซึ่งมีกำหนดจะจัดประชุมในวันที่ 11 พ.ค.นี้ ณ ที่ว่าการ อ.แม่สาย โดยชาวบ้านให้เหตุผลว่าต้องการให้มีการเพิ่มสัดส่วนตัวแทนชาวบ้านและให้ตัวแทนจากนักวิชาการโดยเฉพาะจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเข้าร่วมด้วย

นายจตุรวิชช์กล่าวว่า โครงการดังกล่าวดำเนินการโดยเทศบาล ต.แม่สาย พื้นที่บ่อส่วนใหญ่อยู่ในเขตโครงการชลประทานเชียงรายเหมืองแดงในบ้านเหมืองแดง ใช้งบประมาณของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เริ่มต้นดำเนินการมาแต่ปี 2556 ด้วยงบประมาณ 260 ล้านบาท แต่ทางชาวบ้านต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมในการประชุมหารือต่างๆ มากขึ้นรวมทั้งให้ย้ายโครงการไปยังสถานที่อื่นที่เหมาะสม จึงมีการมีการฟ้องร้องไปยังศาลปกครองกระทั่งปัจจุบันอยู่ในขั้นศาลปกครองสูงสุด รวมทั้งยื่นขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้วยทำให้การก่อสร้างยืดเยื้อเรื่อยมา กระทั่งพบว่ามีการนัดประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจดังกล่าวโดยพบมีสัดส่วนชาวบ้านเข้าร่วมแค่ 5 คน ส่วนที่เหลือประมาณ 17 คน มีนายอำเภอเป็นประธาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ซึ่งเห็นว่าเป็นสัดส่วนที่ไม่เป็นธรรมจึงต้องการให้เลื่อนออกไปและปรับสัดส่วนนักวิชาการมากขึ้นด้วย

201605101038191-20021028190531

นายจตุรวิชช์กล่าวอีกว่า สำหรับตัวโครงการนั้นแท้ที่จริงชาวบ้านไม่ได้คัดค้านเพียงแต่อยากให้ย้ายออกไปยังสถานที่ที่เหมาะสม เพราะโครงการคลองชลประทานดังกล่าวเป็นสถานที่ที่ถูกน้ำท่วมขังเป็นประจำทุกฤดูน้ำหลากโดยเฉพาะเมื่อลำน้ำสายชายแดนไทย-เมียนมา เอ่อล้นขึ้นมาแต่โครงการบ่อบำบัดน้ำเสียนี้ก็จะมีการสร้างคันดินสูงขึ้นมาอีก จึงกังวลกันว่าจะกลายเป็นเขื่อนกั้นจนทำให้ปัญหาน้ำท่วมหนักหนายิ่งขึ้นไปอีก รวมทั้งยังกังวลเรื่องปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม มลภาวะทางกลิ่น เสียง ฯลฯ ด้วย

Advertisement

ด้านนายประสิทธิ์กล่าวว่า ประชากรหมู่บ้านเหมืองแดงมีไม่น้อยกว่า 2,500 คน ไม่รวมประชากรแฝง ปัจจุบันโครงการได้เริ่มดำเนินการในพื้นที่รอบนอกของหมู่บ้านเหมืองแดงไปบ้างแล้วโดยมีการวางท่อและอื่นๆ แต่เมื่อจะเข้าไปก่อสร้างในเขตหมู่บ้านก็จะมีชาวบ้านออกมาต่อต้านทำให้ผู้รับเหมาก่อสร้างไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ กระทั่งมีการจัดประชุมเพื่อไกล่เกลี่ยจนทำให้ชาวบ้านมาร้องขอความเป็นธรรมในครั้งนี้ดังกล่าว

ต่อมานายบุญส่งได้เขารับเรื่องจากชาวบ้านพร้อมรับปากว่าจะให้มีการเลื่อนประชุมคณะกรรมการดังกล่าวไปก่อน โดยในระหว่างนี้ให้ชาวบ้านได้ไปหารือกับทางนายอำเภอแม่สาย เพื่อกำหนดวันเวลาใหม่กันอีกครั้งหนึ่งรวมทั้งให้พิจารณาเรื่องจะให้องค์กรอื่นโดยเฉพาะนักวิชาการจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตามที่ชาวบ้านร้องขอเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย กระนั้นนายบุญส่งแจ้งว่าในปัจจุบันมีความจำเป็นต้องสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียในพื้นที่ อ.แม่สาย เพราะมีสภาพเป็นชุมชนหนาแน่นที่มีปริมาณน้ำเสียมากขึ้น ดังนั้นจึงต้องจัดหาสถานที่โดยต้องมีพื้นที่ที่ใจกว้างสำหรับการดำเนินการดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ภายหลังรับเรื่องแล้วชาวบ้านก็พอใจและแยกย้ายกันกลับ ทั้งนี้ปัญหาโครงการนี้ยืดเยื้อมาหลายปีครอบคลุมพื้นที่ ม.1 ม.2 ม.7 และ ม.10 ต.แม่สาย โดยเคยมีชาวบ้านออกมาประท้วงต่อต้าน ขึ้นป้ายคัดค้านโครงการ ฯลฯ มาอย่างต่อเนื่องจนถึงขั้นฟ้องร้องผู้บริหารเทศบาล ต.แม่สาย ต่อศาลปกครองมาแล้ว