วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผลพวงของภัยแล้งส่งผลให้บรรดาผู้ปกครองที่เป็นเกษตรกรขาดแคลนรายได้จากการเพาะปลูกและอีกไม่กี่วันก็จะถึงช่วงเปิดภาคเรียน ทำให้แต่ละครอบต้องมีภาระค่าใช้จ่ายทั้งค่าหนังสือ เสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียนและค่าเทอม หลายคนต้องหันมาใช้บริการสถานธนานุบาลเชียงรายหรือโรงรับจำนำ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครเชียงราย ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่ผู้มาใช้บริการสถานธนานุบาลก็จะนำสิ่งของมีค่าที่มีอยู่ โดยเฉพาะทองรูปพรรณนำมาจำนำเพื่อนำเงินไปเป็นค่าใช้จ่าย
นายสมชาย ขันอุระ ผู้จัดการสถานธนานุบาลเชียงรายเปิดเผยว่า ผลพวงของภัยแล้งทำให้ประชาชนขาดรายได้จากการเพาะปลูก ทำให้หลายคนต้องหันมาใช้บริการสถานธนานุบาลในช่วงเปิดเทอม เพราะคิดอัตราดอกเบี้ยที่ถูก โดยยอดจำนำไม่เกิน 5,000 บาท คิดอกเบี้ยร้อยละ 50 สตางค์ต่อเดือน หากมากกว่า 5,000 บาท แต่ไม่เกิน 30,000 บาท คิดดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาทต่อเดือนและหาก 30,000 บาทขึ้นไป คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาท 25 สตางค์ และให้ระยะเวลาไถ่ถอนคืนหลังขาดส่งดอกเบี้ยถึง 4 เดือน
” ปีนี้ทางเทศบาลนครเชียงรายได้เตรียมงบประมาณไว้ถึง 70 ล้านบาท เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนโดยเฉพาะในกลุ่มบรรดาผู้ ปกครองและช่วงนี้มีประชาชนมาใช้บริการวันละกว่า 100 ราย ยอดเงินปล่อยกู้ออกไปวันละกว่า 2 ล้านบาท และคาดว่ายิ่งใกล้วันเปิดเทอมจะยิ่งมีผู้มาใช้บริการมากขึ้น”นายสมชาย กล่าว

