หน้าแรก ภูมิภาค ครบเดือนพระสม...

ครบเดือนพระสมเด็จหายยังไร้วี่แววพบเจอ

16.01.19 | 21:11 น.

ผบก.ภ.จว.พิษณุโลกประชุมตำรวจ ทหาร ปกครอง อ.นครไทย หลังญาติร้องเรียนกองปราบและผบ.ทบ. ไม่มีความคืบหน้า เร่งคลี่คลายกรณีพระสมเด็จหายตัวปริศนาบนเขาขี่ควาย อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ยังไร้เบาะแสชี้ชัดว่าถูกฆาตรกรรม เสียชีวิตเอง หรือ หายตัวไปที่อื่น จนท.ตรวจฉี่พระวัดบ้านพร้าวอีก เจอ 1 ฉี่ม่วง

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2562 ที่ สภ.นครไทย จังหวัดพิษณุโลก พลตำรวจตรีถาวร แสงฤทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลกเป็นประธานประชุม ร่วมกับหลายหน่วยงานทั้งทหาร ตำรวจ ปกครองอำเภอนครไทย เพื่อคลี่คลายกรณี พระสมเด็จ เปสโล (คงกระพันธุ์) อายุ 56 ปี พระลูกวัดของวัดบ้านพร้าว ต.บ้านพร้าว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค.2561 บนเทือกเขาผาขี้ควาย ขณะเดินขึ้นไปสวดมนต์บนเขาขี่ควายที่ตำบลบ้านพร้าวอำเภอนครไทย

คดีพระสมเด็จหายตัวเป็นปริศนาทางญาติคือนางบุญศรี ขำมี ภรรยา พระสมเด็จ และนางช่อเพชร นวลวัน บุตรสาวของพระสมเด็จยังคงติดใจประเด็นการหายตัวไป ทั้งคู่เดินทางไปร้องเรียนตำรวจกองปราบปรามและผบ.ทบ.เพื่อให้ช่วยเหลือคลี่คลายคดี เพราะจากการระดมเจ้าหน้าที่และชาวบ้านค้นหามาหลายวันตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2561 แต่ก็ไม่พบวี่แวว

ในภาคบ่ายวันนี้ พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก ได้ประชุมด่วนร่วมกับ พ.อ.นพดล วัชรจิตบวร รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 39 และรองเสนาธิการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.พิษณุโลก (รอง เสธ.กกล.รส.จว.พิษณุโลก) กองทัพภาคที่ 3 ได้รับคำสั่งจาก ผบ.ทบ.ให้เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง จนท.ฝ่ายปกครองอำเภอ พนักงานสอบสวน ชุดสืบสวนที่ สภ.นครไทย เพื่อคลี่คลายประเด็นข้อสงสัยและการติดใจของญาติ โดยเชิญภรรยาและบุตรสาวของพระสมเด็จ เข้าไปให้ข้อมูลด้วย ใช้เวลาประชุมนานประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้น ผบก.ภ.จว.พล.ได้เชิญสื่อมวลชนมาเปิดเผยความคืบหน้าของการติดตามตัวพระสมเด็จ

พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก เปิดเผยว่า กรณีพระสมเดชหายตัวบนเขาขี่ควาย ต.บ้านพร้าว อ.นครไทย ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ที่ผ่านมามีการระดมการค้นหาร่วมกันทุกฝ่ายแต่ไม่พบหลักฐานหรือเบาะแสใด ๆ ว่าพระสมเด็จหายตัวไปที่ไหนอย่างไร เสียชีวิต หรือ ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ วันนี้ได้เชิญญาติของพระสมเด็จมาร่วมประชุมด้วย เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมในกรณีที่ญาติยังติดใจสงสัยในทุกประเด็น เพื่อที่พนักงานสอบสวนจะได้เรียกสอบพยาน รวบรวมพยานหลักฐาน ให้คลี่คลายกระจ่างตอบคำถามญาติได้ และยังเป็นไปได้ในหลายกรณี ทั้งฆาตกรรมอำพราง หรือ พระสมเด็จหายตัวหลบหนีไปเอง หรือ อาจจะเสียชีวิตไปแล้ว ขณะนี้จะแจ้งตำหนิรูปพรรณคนหาย ส่งไปที่ศูนย์คนหาย ให้จังหวัดใกล้เคียงติดตามคนหาย ส่วนกรณีที่จะเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่นั้น ก็ยังไม่ตัดประเด็นทิ้ง เพราะผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้อง ตรวจฉี่แล้วพบสารเสพติดในตัว ตนจะไล่ติดตามความคืบหน้าทุกสัปดาห์พร้อม ๆ กับญาติ จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างต่อเนื่อง

Advertisement

นางบุญศรี ขำมี ภรรยาของพระสมเด็จ เปิดเผยว่า มาร่วมประชุมวันนี้มีความหวัง 50% ที่จะพบหรือไม่พบตัวพระสมเด็จ แต่ก็เป็นความหวังสุดท้ายแล้ว ที่ญาติอยากพบตัวไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่หรือไม่ ที่ผ่านมาพระสมเด็จ มาบวชที่วัดบ้านพร้าวได้ประมาณ 11 เดือนแล้ว และเป็นคนในพื้นที่ ไม่เชื่อว่าจะออกไปที่อื่นเอง เพราะแม้แต่ขึ้นรถโดยสารก็ยังขึ้นไม่เป็น

นางช่อเพชร นวลวัน บุตรสาวของพระสมเด็จ เปิดเผยว่า มาประชุมร่วมกับตำรวจวันนี้ ตำรวจก็รับปากว่าจะตามทุกประเด็นที่เราสงสัย ก็มีความพึงพอใจ คงต้องปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม คิดว่าน่าจะเจอตัวพระสมเด็จ

ต่อมาเวลา 16.00 น. พ.อ.นพดล วัชรจิตบวร รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 39 ได้เดินทางไปที่วัดบ้านพร้าว ต.บ้านพร้าว อ.นครไทย วัดที่พระสมเด็จสังกัดอยู่ ได้พบกับพระครูพิบูลธรรมวงศ์ เจ้าอาวาสวัดบ้านพร้าว และเจ้าคณะอำเภอนครไทย สอบถามถึงการหายตัวไปของพระสมเด็จ ที่ขึ้นไปร่วมสวดมนต์บนเขาขี่ควาย พร้อมกับเชิญฝ่ายปกครอง ฝ่ายสาธารณสุข มาร่วมตรวจสารเสพติดในปัสสาวะพระภิกษุในวัดบ้านพร้าว เนื่องจากพระอำนาจ หรือ ทิดนาจ ที่เป็นผู้ต้องสงสัย เป็นพยานบุคคล ที่ขึ้นไปกับพระสมเด็จก่อนพระสมเด็จหายตัวไปเมื่อ 17 ธันวาคม 25611 ถูกตรวจสารเสพติดและถูกสึกจากพระอยู่ในการบำบัดสารเสพติดไปแล้ว และวันนี้มีการตรวจปัสสาวะพระภิกษุ 6 รูป พบ 1 รูป มีสารเสพติดในปัสสาวะ เจ้าตัวยอมรับว่ารับยาบ้ามาจากทิดอำนาจที่สึกไปแล้ว และเสพยาจริง เจ้าหน้าที่จึงให้เจ้าอาวาสดำเนินการสึกและนำส่งสภ.นครไทย บันทึกเป็นผู้เสพเข้าสู่ขั้นตอนการบำบัดต่อไปด้วย