หน้าแรก ภูมิภาค แกนนำต้านเหมื...

แกนนำต้านเหมืองทองฯขอโทษ“นายกฯ” ชี้หากไม่ใช่รบ.ชุดนี้คงหมดโอกาสปิดเหมือง

11.05.16 | 15:15 น.

แกนนำเพชรบูรณ์ต้านเหมืองทองขอโทษ“นายกฯประยุทธ์”มองผิดไป ย้ำหากไม่ใช่รัฐบาลชุดนี้คงหมดโอกาสปิดเหมือง เผยต้องจับตาเหมืองหลังจากนี้ต้องเร่งเก็บเกี่ยวผลประโยชน์เต็มที่ ในขณะที่ชาวบ้านยังกังวลเรื่องการฟื้นฟูจะกลับมาเหมือนเดิมแค่ไหน

วันที่ 11 พฤษภาคม นางธัญนันท์ พงษา อายุ 44 ปี แกนนำต่อต้านเหมืองทอง จ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า รู้สึกพอใจและต้องขอบคุณรัฐบาลชุดนี้โดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ตัดสินใจไม่ต่อใบอนุญาตโลหกรรมและยังพิจารณายุติการการอนุญาตอาชญาบัตรสำรวจแร่ทองคำ รวมทั้งคำขอต่ออายุประทานบัตรเหมืองแร่ทองคำตรงนี้ อย่างน้อยผลกระทบที่เกิดขึ้นจะได้ลดลง แต่ทั้งนี้ก็ต้องมองไปอีกว่าพื้นที่ที่เราอยู่เมื่อมีการทำเหมืองแร่ไปแล้ว และสิ่งแวดล้อมซึ่งถูกปนเปื้อนจะฟื้นฟูได้หรือไม่ ชาวบ้านก็คงอดคิดไม่ได้ว่าจะฟื้นฟูไปได้ขนาดไหนเหมาะที่จะอยู่ต่อไปอีกหรือเปล่า แต่อย่างน้อยก็ยังดีว่าหากเหมืองปิดปัญหาก็จะลดลง แต่หากยังเปิดอยู่การแพร่กระจายก็ยังมีต่อไป

“อย่างน้อยเราก็ไม่รู้ว่าอนาคตเราจะเป็นอย่างไง แต่ตอนนี้เหมืองปิดพวกเราดีใจ การแพร่กระจายหรือผลกระทบก็คงลดลง เมื่อก่อนเราเคยคิดว่าหากเหมืองยังทำงานต่อ จะให้เรารักษาหรือทำอะไรต่อไปก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่หากเหมืองปิดแล้วผลกระทบอย่างเช่นฝุ่นละอองหรือโลหะหนักที่ขึ้นมาก็คงลดหรือเบาบางลง”นางธัญนันท์กล่าว

นางธัญนันท์กล่าวอีกว่า แต่ทั้งนี้ก็ยังต้องจับตาดูกันต่อไปเพราะการประกาศให้ยุติการทำเหมืองทองภายในสิ้นปีนี้ ทางเหมืองก็จะต้องเร่งทำงานให้หนักและเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะจำเป็นต้องเร่งตักตวงและเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ไปให้มากที่สุด เราจึงต้องติดตามดูว่าหลังจากนี้ผลกระทบจะมีมากขึ้นแค่ไหน ยิ่งหากเร่งทำงานทั้งวันทั้งคืนกันตลอด 24 ชั่วโมงก็ต้องดูว่า จะมีมลภาวะทางด้านเสียงและฝุ่นมากขึ้นหรือไม่ซึ่งจำเป็นต้องติดตามจับจ้องดู

นางธัญนันท์กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการฟื้นฟูทางรัฐบาลต้องลงมาดูแลและจัดส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งนักวิชาการลงมาช่วยติดตามกำกับดูแล ไม่ได้คาดหวังว่าทางเหมืองจะดำเนินการในเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะช่วงเวลาที่เหลือถึงสิ้นปีทางเหมืองคงจะมุ่งแต่เรื่องขนแร่ไปให้ได้ประโยชน์มากที่สุด ภาระจึงต้องตกอยู่ที่รัฐบาลซึ่งจะต้องเลือกหน่วยงานไหนเข้ามาฟื้นฟู หรือจะตั้งคณะกรรมการชุดไหนเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เงินประกันความเสี่ยงมาดำเนินการหลังเหมืองปิด

Advertisement

“ก่อนปิดทางเหมืองคงต้องพยายามเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุด และเขาก็จะต้องคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป เพราะไม่อยากให้เหมืองปิดง่ายๆ ซึ่งเข้าใจว่าเขาคงต้องพยายามดิ้นกันเต็มที่ หลังจากนี้หากมีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดไหนเข้ามาติดตามดูแลเรื่องการฟื้นฟู อยากขอให้ภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย”นางธัญนันท์กล่าว

แกนนำต้านเหมืองทองคำจ.พิจิตรกล่าวว่า ในอนาคตประเทศไทยหากจะมีการทำเหมืองก็อยากให้มองที่จ.เพชรบูรณ์และจ.พิจิตรเป็นแนวทางในการพิจารณาอนุมัติ เพื่อให้เกิดความรอบคอบขึ้นถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้นมีมากมายมหาศาลแค่ไหน ที่สำคัญต้องใช้ระยะอีกกี่ปีถึงจะฟื้นฟูให้สภาพกลับมาได้เหมือนปกติซึ่งก็ยังไม่มีใครตอบหรือยืนยันได้ จากการต่อสู้ของชาวบ้านอย่างยาวนานกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นบทพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า หากเกิดเหมืองขึ้นเมื่อไหร่ถ้าต้องการปิดเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญขนาดไหน

“หากไม่ใช่รัฐบาลลุงตู่ก็คงไม่มีโอกาสปิดเหมืองเพราะคุณสื่อกันยาแกนนำของกลุ่มต่อต้านฯ ที่ผ่านมาก็พยายามเรียกร้องมาหลายรัฐบาลแล้ว เลยถือโอกาสนี้กล่าวคำขอโทษลุงตู่และรัฐบาลชุดนี้ เพราะไปหาลุงตู่หลายครั้งและท่านก็บอกย้ำว่าสั่งแล้ว แต่หลังทอดระยะเวลาเนิ่นนานออกไป นอกจากนี้ยังไม่เห็นรัฐบาลส่งสัญญาณอะไรชัดเจนสักทีจึงอาจทำให้มองผิดไปในเบื้องต้น”นางธัญนันท์กล่าวและย้ำว่า ต้องขอขอบคุณนักวิชาการและแนวร่วมทั่วประเทศที่ช่วยผลักดันและเป็นกำลังใจให้