หน้าแรก ภูมิภาค ภูเก็ตพบ &#82...

ภูเก็ตพบ ‘สุนัขบ้า’ ในรอบหลายปี ประกาศเป็นพื้นที่ห้ามเคลื่อนย้ายซากสัตว์!

18.01.19 | 20:29 น.

พบสุนัขติดเชื้อพิษสุนัขบ้า ในต.ฉลองภูเก็ต ปศุสัตว์ฯภูเก็ตประกาศกำหนดพื้นที่ห้ามเคลื่อนย้ายสุนัขและซากสัตว์ ด้านผู้ก่อตั้งมูลนิธิซอยด๊อกฯเผยนับเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เร่งฉีดวัคซีนในรัศมี 5 กม. วอนปชช.ไม่ต้องตื่นตระหนก หากพบเห็นสุนัขยืนโซเซให้รีบแจ้ง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดภูเก็ตได้ออกประกาศกำหนดเขตพื้นที่โรคระบาดชั่วคราว ตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ 2558 หลังพบโรคเรบีส์ หรือพิษสุนัขบ้าระบาดในพื้นที่ หมู่ที่ 4 ตำบลฉลอง อ.เมืองภูเก็ต โดยประกาศดังกล่าวได้กำหนดให้พื้นที่ ห้ามเคลื่อนย้ายสุนัขหรือซากสัตว์ ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม ถึงวันที่ 16 กุมภาพันธ์

นายจอห์น ดัลลีย์ ผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย หรือ ซอยด๊อก ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่าขณะนี้ซอยด็อก และปศุสัตว์จังหวัดฯกำลังร่วมมือกันควบคุม โดยภูเก็ตนั้นเคยได้รับการประกาศเป็นพื้นที่ปลอดโรคพิษเรบีส์เพียงพื้นที่เดียวของประเทศ และไม่พบโรคดังกล่าวมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ซึ่งก่อนการออกประกาศดังกล่าว เมื่อวันที่ 3 มกราคม เจ้าหน้าที่กู้ภัยสุนัขของซอยด็อกได้นำสุนัขตัวหนึ่งมาที่มูลนิธิฯ หลังมีคนแจ้งว่าสุนัขมีอาการอาเจียนและไม่สามารถยืนได้เอง และนำสุนัขตัวดังกล่าวเข้ารับการรักษาอยู่หลายวันแต่ไม่มีการตอบสนองใดๆ สุนัขมีอาการเซ และไม่สามารถอ้าปากได้ รวมทั้งยังมีอาการศีรษะเอียงไปด้านข้าง ซึ่งเป็นอาการพื้นฐานของโรคเรบีส์ ทำให้ทีมสัตวแพทย์สันนิษฐานว่าสุนัขน่าจะติดเชื้อดังกล่าว

Advertisement

“ทางทีมแพทย์จำเป็นต้องทำการการุณยฆาตเมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา และส่งตัวสุนัขดังกล่าวไปยังห้องแล็บของสำนักงานปศุสัตว์ฯเพื่อตรวจ และเมื่อวานนี้(16 ม.ค. ) ผลก็ออกมาว่าสุนัขตัวดังกล่าวติดเชื้อเรบีส์จริง ซึ่งเป็นกรณีการพบเชื้อในสุนัขในรอบหลายปีของภูเก็ต”

หลังมีการพบการติดเชื้อเรบีส์ มูลนิธิเพื่อสุนัขในซอยและสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อควบคุมสถานการณ์ โดยมีการฉีดวัคซีนสุนัขในรัศมี 5 กิโลเมตรรอบๆ พื้นที่ที่พบสุนัขตัวดังกล่าว โดยทางมูลนิธิฯ จะดูแลในส่วนของสุนัขจรจัดและทางสำนักงานปศุสัตว์ฯจะดูแลในส่วนของสุนัขที่มีเจ้าของ โดยขณะนี้มีทีมทำงานทั้งหมด 5 ทีม จากสำนักงานปศุสัตว์ 2 ทีมและจากซอยด๊อก 3 ทีม กำลังลงพื้นที่ในบริเวณที่สุนัขถูกพบ


นายจอห์น กล่าวอีกว่า  ผู้คนไม่ควรตื่นตระหนกกับข่าวนี้ แต่ควรตั้งรับและระมัดระวัง รวมถึงคำนึงถึงความจำเป็นของการฉีดวัคซีนในกรณีที่ถูกกัด ข่วน หรือเลียบริเวณแผลเปิด ไม่จำเป็นที่จะต้องตื่นตระหนกแต่อย่างใด ในพื้นที่กทม.นั้นมีเคสที่พบเชื้อเรบีส์จำนวนมาก แต่ก็ไม่มีเคสที่เกิดขึ้นกับคนมาเป็นเวลาหนึ่งปีแล้ว ภาพติดตาที่คนมักคิดว่าสุนัขที่ติดเชื้อเรบีส์จะต้องมีน้ำลายฟูมปากและไล่กัดผู้คนนั้นไม่ได้เป็นจริงเสมอไป อย่างเช่นกรณีที่เพิ่งพบมานี้เป็นต้น เมื่อโดนสุนัขกัด ไม่ว่าจะเป็นเมื่อไหร่ก็ตาม จะต้องล้างแผลให้สะอาดทันทีด้วยสบู่และน้ำสะอาด และรีบไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนป้องกัน

นอกจากนี้ นายจอห์นยังชี้ให้เห็นถึงต้นตอปัญหาอย่างหนึ่งที่ทำให้โรคเรบีส์ระบาดอย่างไม่จบสิ้น นั่นก็คือการนำเข้าลูกสุนัขที่ไม่ผ่านการฉีดวัคซีน แม้ว่ากรณีนี้อาจไม่ได้มาจากการนำเข้าลูกสุนัขมาขาย แต่มูลนิธิฯพยายามออกมาเตือนเรื่องอันตรายของการนำเข้าลูกสุนัขที่ไม่ได้รับวัคซีนเข้ามาขาย อย่างต่อเนื่องหลายปีแล้ว โดยได้มีการร้องขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หลายๆ ท่านที่ผ่านมาออกมาตรการควบคุมเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด เพราะแต่ละปีมีการนำเข้าลูกสุนัขเช่นนี้มาในภูเก็ตนับร้อยๆ ตัว เพื่อมาขายตามตลาดนัดและร้านขายสัตว์เลี้ยง โดยลูกสุนัขที่ส่งเข้ามาเหล่านี้ ส่วนใหญ่แล้วจะมาจากฟาร์มเพาะพันธุ์ที่อยู่ในพื้นที่ระบาดของโรคเรบีส์ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีมาตรการขั้นเด็ดขาดใดๆ ออกมาเป็นรูปธรรม และหวังว่าท่านผู้ว่าฯ ท่านใหม่จะลงมือจัดการเรื่องนี้นายจอห์นกล่าว

สำหรับลูกสุนัขจะไม่สามารถรับวัคซีนต้านโรคเรบีส์ได้จนกว่าจะอายุอย่างน้อย 12 สัปดาห์ โดยระหว่างนั้นจะได้รับภูมิคุ้มกันโรคจากนมแม่ในกรณีที่แม่สุนัขมีภูมิต้านทานอยู่แล้วเท่านั้น อย่างกรณีที่เกิดที่ตลาดนัดจตุจักรที่ผู้ขายสุนัขเสียชีวิตจากโรคเรบีส์ก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนถึงความอันตรายของโรคนี้

นอกจากนี้การย้ายสุนัขที่ได้รับวัคซีนและทำหมันแล้วออกจากพื้นที่ก็เป็นการเพิ่มความเสี่ยงการแพร่ของโรคเรบีส์ทางหนึ่งเช่นกัน องค์การอนามัยโลก (WHO) องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) องค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) และองค์กรเพื่อการรณรงค์ควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า (GARC) มีแถลงการณ์ร่วมกันโดยลงความเห็นว่าวิธีที่จะกำจัดโรคเรบีส์ในหมู่คนนั้น ต้องเริ่มจากการกำจัดโรคเรบีส์ในหมู่สุนัข ซึ่งเป็นวิธีการที่มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าและได้ประสิทธิภาพมากกว่าวิธีอื่นๆ หากมีการฉีดวัคซีนให้กับสุนัขมากถึง 70% หรือมากกว่านั้น ในประเทศหนึ่งๆ พร้อมทั้งมีการควบคุมการนำเข้าสัตว์อย่างเข้มงวด โรคเรบีส์จะสามารถหมดไปได้ ในทางกลับกัน การเคลื่อนย้ายสุนัขที่ได้รับวัคซีนแล้วไปไว้ในศูนย์พักพิงต่างๆ จะเป็นการลดจำนวนสุนัขปลอดโรคจากท้องถนนและเพิ่มพื้นที่ให้กับสุนัขอื่นๆ ที่อาจยังไม่ได้รับวัคซีนเข้ามาแทนที่หากมีผู้พบเห็นสุนัขมีอาการโซเซหรือยืนเองไม่ได้ สามารถติดต่อมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอยหมายเลข 076-681-029