วันที่ 11 พฤษภาคม เมื่อเวลา 14.00 น. ภายหลังจากที่เมื่อวานนี้ รัฐบาลได้มีคำสั่งปิดเหมืองทองคำพิจิตรของบริษัท อัครารีซอร์สเซส นั้น นางธัญญารัศมิ์ สินทรธรรมทัช อายุ 39 ปี ชาวบ้าน ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร ซึ่งเป็นเครือข่ายผู้ป่วยจากการทำเหมืองแร่ทองคำพิจิตรและเพชรบูรณ์ และเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองทองอัครารีซอร์สเซส กล่าวว่า หลังจากที่ หลังจากที่มีมติครม.ออกมาให้ปิดเหมืองทองชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบกับเหมืองทอง รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ที่ต่อสู้มาถึง 10 กว่าปีและขอบคุณรัฐบาล 4 กระทรวง แต่กลุ่มเครือข่ายยังมีความห่วงกังวลจะเป็นเรื่องของความฟื้นฟูเยียวยา เรื่องสุขภาพชาวบ้าน เรื่องสิ่งแวดล้อมจะมีการดูแลอย่างไร ฟื้นฟูกันอย่างไร
นางธัญญารัศมิ์ กล่าวอีกว่า ตอนนี้เครือข่ายของพวกเราตีความหลายตีความยังไม่ชัดเจน ในเรื่องของการสั่งปิดเหมืองทอง เนื่องจากหากเราตีความตามตัวหนังสือในเรื่องของการปิดเหมืองทองจะต้องหยุดหมดเลยทั้ง อาชญาบัตรสำรวจแร่ทองคำและประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำ รวมถึงคำขอต่ออายุประทานบัตร ในส่วนของตัวโรงงานให้ต่อใบโลหกรรมถึงสิ้นปีเพื่อจะเอาแร่ที่ขุดขึ้นมาแล้วไปถลุง แต่เครือข่ายของเรายังกังวลอยู่มาก เรื่องประทานบัตรไม่ได้หยุดสิ้นปีทีเดียว ตรงนี้อยากให้ทางกระทรวงอุตสาหกรรมและรัฐมนตรี ให้ความแน่ชัดมากขึ้น เพราะตอนนี้ชาวบ้านมองว่า ถ้าเหมืองทองหยุดถึงสิ้นปี จะต้องมีการทำงานของเหมืองอย่างหนักขุดอย่างหนักชาวบ้าน จะต้องได้รับผลกระทบอย่างหนัก ซึ่งอยากให้ถ้าหยุดสิ้นปี ก็ต้องหยุดทั้งหมดไม่ต้องมี การให้อนุญาตอาชญาบัตรสำรวจแร่ทองคำและประทานบัตรทำเหมืองแร่ทองคำ รวมถึงคำขอต่ออายุประทานบัตร
นางธัญญารัศมิ์ กล่าวอีกว่า ในวันพรุ่งนี้ จะมีการประชุมกันอีกครั้งที่ กระทรวงของคณะแก้ปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมซึ่งตนเองจะถาม กปร.หากไม่ชัดเจนจะต้องทำหนังสือไปยังกรมอุตสาหกรรมอีกครั้งเพื่อขอคำชัดเจน ในส่วนเหมืองทองมาอ้างว่าคนงานตกงานตรงนี้อยากถามว่า ระหว่างคนตกงานกับคนจะตายทางรัฐบาลจะช่วยเหลือใคร ถึงแม้ว่าคุณตกงานแต่คุณไม่ได้ป่วยไม่ได้เจ็บทำงานไม่ไหว แต่ คุณมีมือ มีเท้ายังทำงานได้ แต่ชาวบ้านที่อยู่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรอวันตาย บางคนกล้ามเนื้ออ่อนแรง อาชีพรับจ้างทำงานไม่ไหวแล้วจะเอาอะไรกิน ตนเองมองว่าที่ผ่านมาถึงแม้ตกงาน รัฐบาลเองก็ไม่ได้ทอดทิ้ง ดังนั้นเป็นข้ออ้างของเหมืองทองที่จะนำมาโต้แย้งในการสั่งปิดเหมือง

ด้านนายวิศัลย์ โฆษิตานนท์ แกนนำต่อต้านเหมืองแร่ “กลุ่มคนเพชรบูรณ์ไม่เอาเหมืองแร่” ที่จ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า เป็นข่าวดีมากเพราะที่ผ่านมาก็ค่อนข้างมีสัญญาณออกมาจากหลายๆ ฝ่ายว่า คงจะไปปิดเหมืองทองไม่ได้ ฉะนั้นการที่รัฐบาลประกาศไม่ต่อใบอนุญาตโลหกรรมให้รวมทั้งยุติการขออนุญาตอาชญาบัตรสำรวจแร่ทอง และประทานบัตรเหมืองแร่ทองทั่วประเทศแบบนี้ เท่ากับประกาศหรือมีตำตอบให้สังคมหรือคนทั้งประเทศรับรู้ว่า เหมืองทองคำไม่ดีไม่คุ้มค่าสร้างความแตกแยกให้กับชุมชน และยังสร้างปัญหาด้านสุขภาพให้ประชาชนในพื้นที่รอบเหมืองอีกด้วย ส่วนคนที่ยังแคลงใจว่าเหมืองดีสร้างเศรษฐกิจให้คุ้มค่าก็จะได้หายสงสัย
“ไม่คาดคิดจริงๆ ว่าผลจะออกมาเป็นแบบนี้ เพราะเท่าที่ฟังจากกระแสแล้วมีแนวโน้มออกไปในทางการต่อใบอนุญาตโลหกรรมมากกว่า แต่การที่มีมติครม.ออกมาแบบนี้เป็นสิ่งที่เหนือความคาดคิดจริงๆ โดยต้องยกเครดิตให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไปเต็มๆ นอกจากนี้ทางกลุ่มก็แสดงความยินดีกับทางกลุ่มต้านเหมืองทองคำด้วยเช่นกัน ส่วนแนวทางการต่อต้านเหมืองแร่ทองแดงที่จ.เพชรบูรณ์ ก็ยังต้องขับเคลื่อนต่อไป เพราะมติ ครม.หรือคำสั่งนี้มีผลเฉพาะเหมืองทองเท่านั้น” นายวิศัลย์กล่าว
นายวิศัลย์กล่าวอีกว่า ในส่วนของการรณรงค์ต่อต้านเหมืองแร่ที่จ.เพชรบูรณ์ ก็คงเดินหน้าต่อไป โดยไม่ทิ้งแนวทางการสร้างการเรียนรู้ให้กับคนในพื้นที่ถึงพิษภัยเหมืองแร่ ซึ่งเหมืองทองและเหมืองแร่ทองแดง ตะกั่ว สังกะสี ก็ไม่แตกต่างไปจากเหมือง และคงจะหยิบยกกรณีเหมืองทองคำที่ถูกปิดไปมาเป็นตัวอย่าง ทำให้การรณรงค์ต่อต้านเหมืองแร่ทองแดงที่จ.เพชรบูรณ์ มีความง่ายและเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น

