ย้อนฟัง ‘คลิปหลวงพ่อคูณ’ บริจาคสังขารเป็นอาจารย์ใหญ่ ม.ขอนแก่น ก่อนพระราชทานเพลิง 29 ม.ค.นี้ (คลิป)

19.01.19 | 13:38 น.

พิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่ “พระเทพวิทยาคม” หรือ “หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ” อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา นั้น มหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.) ร่วมกับจังหวัดขอนแก่นและวัดหนองแวง พระอารามหลวง จ.ขอนแก่น กำหนดจัดพิธีขึ้นระหว่างวันที่ 21-30 ม.ค. 2562 ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก และที่ฌาปนสถานชั่วคราว วัดหนองแวง พระอารามหลวง บริเวณเกาะกลางน้ำ ด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน ริมถนนเลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-กาฬสินธุ์ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยพิธีพิธีพระราชทานเพลิง กำหนดเวลา 22.15 น. ของวันที่ 29 ม.ค. 2562

พระเทพวิทยาคม นามเดิม คูณ ฉัตร์พลกรัง หรือ หลวงพ่อคูณ เกิดเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2466 มรณภาพวันที่ 15 พ.ค.2558 สิริอายุ 91 ปี 71 พรรษา เป็นพระเกจิอาจารย์ อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 11 และอดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา

Advertisement

ย้อนกลับเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2558 ที่หลวงพ่อคูณ มรณภาพนั้น เมื่อเวลา 05:45 น พนักงานพยาบาลที่ดูแลหลวงพ่อคูณอยู่ที่วัดบ้านไร่ พบว่าหลวงพ่อมีอาการหมดสติไม่รู้สึกตัว จึงรีบแจ้งให้แพทย์จากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และโรงพยาบาลด่านขุนทดมาวินิจฉัยโดยด่วน จากนั้นเวลา 08.30 น. ส่งเข้ารักษาต่อ ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาโดยด่วน พบว่ามีลมรั่วเข้าภายในปอดฝั่งซ้าย และมีเสมหะอุดตันทางเดินหายใจ จึงให้หลวงพ่อพักรักษาตัว ภายในหอผู้ป่วยวิกฤตอายุรกรรม (ไอซียู) เวลา 20.00 น. คณะแพทย์พบว่าสัญญาณชีพยังไม่คงที่ มีเลือดออกในทางเดินอาหารจำนวนมาก ไตหยุดทำงาน เป็นผลให้ไม่มีปัสสาวะออกจากร่างกาย ภาวะผิดปกติที่แทรกซ้อนเกิดจากปอดและหัวใจหยุดทำงานเป็นเวลานาน

และวันเสาร์ที่ 16 พ.ค. 2558 เวลา 10.00 น. พบว่ามีภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น เนื่องจากการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ เป็นผลให้มีเลือดออกในช่องทรวงอก จึงทำให้ระบบหายใจล้มเหลวและเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น คณะแพทย์ทำการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นสูง สำหรับภาวะไตหยุดทำงาน คณะแพทย์ใช้เครื่องไตเทียมทำการฟอกเลือด กระทั่งเวลา 11.45 น. พระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ มีอาการโดยรวมทรุดลง จนกระทั่งถึงแก่มรณภาพลงขณะทำการรักษา ภายในห้องอายุรกรรมผู้ป่วยหนัก โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จ.นครราชสีมา สิริอายุ 91 ปี พรรษา 71

ซึ่งในการแถลงข่าวโดยคณะแพทย์ผู้รักษา เมื่อเวลา 12.15 น. น.พ.พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์อายุรกรรมหัวใจชำนาญการ ผู้รักษาประจำของหลวงพ่อคูณ ในสถานะหัวหน้าคณะแพทย์ กล่าวว่า สาเหตุแห่งการมรณภาพ เนื่องจากการหายใจหยุดลง เพราะมีลมรั่วเข้าไปภายในปอด หรือที่เรียกว่าปอดแตก เป็นเหตุให้หัวใจหยุดเต้น เนื่องจากคณะแพทย์ต้องช่วยปั๊มหัวใจ เป็นเวลานานถึง 1 ชั่วโมง ทั้งที่หากสมองขาดออกซิเจนเพียง 4 นาที ก็เข้าสู่ภาวะวิกฤตแล้ว หลังจากนำหลวงพ่อมายังโรงพยาบาล ก็พยายามช่วยกันเต็มที่ เมื่อเวลาประมาณ 05.40 น. ยังต้องปั๊มหัวใจเพิ่มถึงสองรอบ แต่ด้วยความที่หลวงพ่อ อยู่ในภาวะที่ไม่รับรู้ใดๆ นับแต่หมดสติที่วัดบ้านไร่แล้ว เมื่อการหายใจหยุดลง และหัวใจหยุดเต้นเป็นเวลานาน ก็ส่งผลให้อวัยวะอื่นๆ วิกฤตลงตามไปด้วย คือเข้าสู่ภาวะสมองตายตั้งแต่แรก ต่อมาแพทย์พยายามยื้อหัวใจ และต่อมาปอด จนมาถึงไต แต่แล้วสุดท้าย อวัยวะสำคัญก็ล้มเหลวลงทั้งหมด หลวงพ่อจึงถึงแก่มรณภาพดังกล่าว

ทั้งนี้มีการเปิดเผยพินัยกรรม ซึ่งหลวงพ่อคูณทำไว้ เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2543 มีใจความสำคัญระบุให้มอบสังขาร แก่มหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.) ภายในเวลา 24 ชั่วโมงนับแต่มรณภาพ แล้วให้ทางมหาวิทยาลัยมอบให้แก่ ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มข.เพื่อให้นำไปศึกษาค้นคว้า ตามวัตถุประสงค์ของภาควิชา สำหรับพิธีกรรมทางศาสนา และการสวดพระอภิธรรม ขอให้คณะแพทยศาสตร์ มข. ประกอบพิธีขึ้นที่คณะเป็นเวลา 7 วัน ส่วนการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล เมื่อสิ้นสุดการศึกษาค้นคว้า ของภาควิชากายวิภาคศาสตร์ฯ มข.แล้ว ให้จัดอย่างเรียบง่าย ละเว้นการพิธีสมโภชใดๆ ทั้งห้ามขอพระราชทานเพลิงศพ โกศ และพระราชพิธี อื่นๆ เป็นกรณีพิเศษหรือเป็นการเฉพาะ โดยให้คณะแพทยศาสตร์ มข.ประกอบพิธีเช่นเดียวกับที่จัดให้แก่ อาจารย์ใหญ่ของนักศึกษาแพทย์ประจำปี ร่วมกับอาจารย์ใหญ่ท่านอื่น แล้วเผาที่ฌาปนสถานวัดหนองแวง (พระอารามหลวง) อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น (หรือวัดแห่งอื่น) และเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ขอให้คณะแพทยศาสตร์ มข.นำอัฐิ เถ้าถ่าน และเศษอังคารทั้งหมด ไปลอยที่แม่น้ำโขง จ.หนองคาย ตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม โดยมีสักขีพยานประกอบด้วย รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะแพทยศาสตร์ มข.(ขณะนั้น) ญาติ ไวยาวัจกรวัดบ้านไร่ (ขณะนั้น) และนิติกรชำนาญการ ของ มข. ลงนามเป็นหลักฐาน

ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ร่วมกันประชุมและลงมติให้ดำเนินการ ตามพินัยกรรมฉบับดังกล่าวทุกประการ โดยไม่มีการนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านไร่เสียก่อน ดังที่มีลูกศิษย์จำนวนหนึ่งร้องขอ ซึ่งมีการเคลื่อนสังขารของหลวงพ่อคูณ ออกจากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เมื่อเวลา 20.00 น. โดยไปถึงศาลา 25 ปีมข.เมื่อเวลา 22.00 น. เพื่อบรรจุสังขารลงในโลงแก้ว จากนั้นรุ่งขึ้น (วันอาทิตย์ที่ 17 พ.ค.2558) เวลา 14.00 น. คณะลูกศิษย์พากันจัดริ้วกระบวน เพื่อเคลื่อนสังขารหลวงพ่อคูณ ไปยังศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก ภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่นนั้นเอง เพื่อตั้งสังขารบำเพ็ญกุศลและสวดพระอภิธรรม เป็นเวลา 7 วัน ตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรม ซึ่งมข. กำหนดจัดขึ้นตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 17 พ.ค.-25 ส.ค. 2558 ระหว่างเวลา 06.00-23.00 น. สำหรับสาเหตุที่ต้องเคลื่อนสังขารอีกครั้ง เนื่องจากศูนย์ประชุมดังกล่าว เป็นสถานที่กว้างขวางสะดวกสบาย สามารถรองรับพุทธศาสนิกชน ซึ่งเดินทางมาสักการะสังขารอย่างทั่วถึง
ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และพระบรมวงศานุวงศ์ พระราชทานน้ำหลวงสรงศพ พวงมาลา 12 พวง โดยมอบหมายให้สำนักพระราชวังเป็นผู้ดำเนินการ พร้อมทั้งพระราชทานโกศโถบรรจุศพ พร้อมฉัตรเบญจาเป็นกรณีพิเศษ

พิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-30 ม.ค. 2562 ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก และที่ฌาปนสถานชั่วคราว วัดหนองแวง พระอารามหลวง บริเวณเกาะกลางน้ำ ด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน ริมถนนเลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-กาฬสินธุ์ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยพิธีฌาปนกิจ กำหนดเวลา 22.15 น. ของวันที่ 29 ม.ค. 2562 คาดว่าจะมีประชาชน ญาติโยมและศิษยานุศิษย์หลั่งไหลกันไปร่วมงานกันจำนวนมาก โดยหลังจากการเคลื่อนสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ จากศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มข. ไปยัง ฌาปนสถานชั่วคราวแล้ว จะทำการปิดพื้นที่โดยรอบ นกหัสดีลิงค์เทินบุษบก บนเขาพระสุเมรุ ทั้งหมด ตั้งแต่เวลาประมาณ 17.00 น. เพื่อเข้าสู่พิธีการและพิธีกรรมต่างๆ และในการประกอบพิธีฌาปนกิจจริงนั้น และในช่วงของการประกอบพิธีการต่างๆ ในช่วงหลังจากที่สรีระสังขารของหลวงพ่อคูณ ได้เคลื่อนมาแล้วนั้น จะอนุญาตให้ประชาชนเข้าร่วมพิธีการได้เพียง 60,000 คนเท่านั้น และหลังจากเวลา 17.00 น. จะปิดพื้นที่โดยรอบเขาพระสุเมรุเพื่อเตรียมพิธีฆ่านกหัสดีลิงค์ และการฌาปนกิจจริง ซึ่งเปลวไฟจะร้อนมาก จะระอุมากและมีรัศมีความร้อนที่ไกลมาก มข.จึงขอความร่วมมือประชาชนที่จะเข้าร่วมทั้ง 60,000 คนนั้น ได้ถอยออกจากโดยรอบเขาพระสุเมรุ และให้มาอยู่ในบริเวณภายในพุทธมณฑลอีสานเพื่อความปลอดภัย

สำหรับญาติโยม ศิษยานุศิษย์และประชาชนที่ไม่สะดวกเดินทางไปจ.ขอนแก่น ยังสามารถร่วมงานได้ที่จ.นครราชสีมา โดยทางจังหวัดกำหนดพิธีที่วัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา อย่างสมเกียรติ โดยมีพิธีอุปสมบทพระสงฆ์ 95 รูป ในวันที่ 22-23 ม.ค. พร้อมจัดเตรียมเมรุจำลอง 9 ชั้น เป็นสถานที่ให้ประชาชนได้ร่วมทอดผ้าบังสุกุลและวางดอกไม้จันทน์สรีระจำลอง ซึ่งใช้ศาลาการเปรียญเป็นสถานที่สวดพระอภิธรรมในวันที่ 24-29 ม.ค. 2562 กำหนดพิธีสวด เวลา 14.00 น. และ 18.30 น. และวันที่ 30 ม.ค. 2562 เวลา 06.00 น. ทำพิธีเก็บเถ้าสรีระจำลองพระเทพพิทยาคม ทุกวันจะมีหน่วยงานราชการในพื้นที่หมุนเวียนร่วมเป็นเจ้าภาพและมีมหรสพสมโภชทุกคืน โดยบางคืนมีการชกมวยไทยและเพลงโคราช เนื่องจากหลวงพ่อคูณ ชื่นชอบเป็นพิเศษ

ทั้งนี้ลูกศิษย์ที่จ.นครราชสีมาตั้งฉายาให้หลวงพ่อคูณว่า “เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด” ด้วยว่าเป็นพระสงฆ์ที่มีแต่ให้สร้างคณูปการมากมาย คิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 5-6 พันล้านบาท และมีกิตติคุณแห่งอำนาจบารมีไปอย่างกว้างไกล

ระดับน้ำโขงที่ไหลผ่านจ.หนองคาย ยังคงลดลง ส่งผลให้พระธาตุกลางน้ำจุดที่จะลอยอังคารหลวงพ่อคูณ โผล่พ้นน้ำเล็กน้อย หากน้ำโขงยังลดต่อเนื่องรวดเร็วเช่นนี้ คาดอีก 2 วันเรือจะเข้าเทียบองค์พระธาตุกลางน้ำได้ ภาพเมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2562)

คลิปคำสั่งเสียของหลวงพ่อคูณ ที่พูดกับลูกศิษย์ลูกหา หลังจากที่ท่านทำพินัยกรรมมอบสรีระให้กับคณะแพทยศาสตร์ มข.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยหลวงพ่อคูณ กล่าวบางตอนว่า “กูมานึกได้ว่าอยากจะสร้างบารมี เรื่องบริจาคศพ ดีกว่าเอาไปเผาทิ้ง ให้เขาเอาไปเป็นทาน ได้เป็นครูเขา …พวกลูกหลาน เมื่อถึงเวลาที่กูหมดลมหายใจแล้ว พวกมึงก็อย่าได้หน่วงเหนี่ยวเลย ให้เขาไปเถอะ เพราะมันจะเสียเจตนาของกู ขอให้อนุโมทนากับกู” ทั้งนี้้เป็นคลิปที่จัดทำขึ้นในวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 8 ปีวอก วันเสาร์ เดือนมิ.ย. 2547

ขอบคุณข้อมูลบางส่วน : วิกิพีเดีย