หน้าแรก ภูมิภาค กสม.ลงระนองตร...

กสม.ลงระนองตรวจบ่อขยะเถื่อน พบการรั่วไหลลงป่าชายเลน-ซึมแหล่งน้ำชุมชน

11.05.16 | 18:20 น.

วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 เมื่อเวลา 08.30 น. คณะอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประกอบด้วยนายภาคภูมิ วิธานติรวัฒน์ ดร.อาภา หวังเกียรติ และนายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ได้ลงพื้นที่บริเวณรอบบ่อขยะ ตำบลบางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียนของชาวบ้านในพื้นที่อำเภอกะเปอร์ เกี่ยวกับการดำเนินกิจการบ่อฝังกลบขยะที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน

ต่อมาในเวลา 09.30 น. คณะอนุกรรมการฯ พร้อมด้วยตัวแทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย นายวิชัย ศรีเจริญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางหิน นายยงยุทธ พนิตอังกูร ผอ.สนง.สิ่งแวดล้อมภาคที่ 14 สุราษฎร์ธานี ตัวแทนสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระนอง และประชาชนในพื้นที่ราว 60 คน ได้ร่วมประชุมเพื่อรับฟังข้อมูลของแต่ละภาคส่วนที่ห้องประชุมอำเภอกะเปอร์

ชาวบ้านผู้ร่วมประชุมมีการตั้งคำถามในเรื่องของอำนาจหน้าที่ของนายก อบต.บางหิน ในการอนุญาตหรือยับยั้งการดำเนินกิจการบ่อขยะ การดำเนินการของบ่อขยะที่ไม่ถูกต้องตั้งแต่ต้น ความเหมาะสมของสถานที่ตั้งของบ่อขยะที่อยู่ติดกับป่าชายเลน อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำโลกหรือแรมซาไซต์ด้วย และการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รับแจ้งความกรณีที่ชาวบ้านเข้าแจ้งความร้องทุกข์กรณีที่นายกอบต.บางหินละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วย

201605111716283-20120717140511

นายหาญณรงค์ กล่าวว่า ในช่วงเช้าที่ลงพื้นที่ ทางบริษัทเอกชนไม่อนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่ฝังกลบขยะ จึงทำได้โดยการเดินสำรวจบริเวณรอบบ่อ ซึ่งสภาพพื้นที่ตั้งของบ่อขยะอยู่ติดกับป่าชายเลนและพบว่ามีการรั่วไหลของน้ำขยะลงป่าชายเลน รวมถึงซึมเข้าบ่อน้ำตื้นรอบบริเวณ ซึ่งหากยังคงดำเนินการต่อไปก็จะส่งกระทบต่อทรัพยากรป่าชายเลนและทำให้มีอันตรายต่อแหล่งน้ำกินน้ำใช้ของชาวบ้านมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญบ่อขยะอยู่ใกล้กับพื้นที่ชุ่มน้ำหรือแรมซาไซต์ โดยตนจะขอกลับไปแผนที่ของแรมซาไซต์อีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ซึ่งหากอยู่ห่างไม่เกิน 2 กิโลเมตร ทางท้องถิ่นต้องนำหลักเกณฑ์ของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมมาประกอบการพิจารณาด้วย

Advertisement

ด้านนายวิชัย กล่าวว่า ตนเองในฐานะนายก อบต.บางหิน ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ ซึ่งในขณะนี้ทางอบต.ไม่มีเทศบัญญัติจึงไม่มีอำนาจในการไปสั่งปิดบ่อขยะหรือสั่งลงโทษแต่อย่างใด ส่วนการอนุญาตให้ดำเนินกิจการชั่วคราวนั้น ได้ดำเนินการตามคำร้องขอของผู้นำท้องถิ่นคือกำนันผู้ใหญ่บ้านซึ่งได้มีหนังสือมาถึงตน โดยในหนังสือได้มีการระบุเงื่อนไขไว้แล้ว 6 ข้อว่าหากส่งผลกระทบต้องหยุดดำเนินการทันที ซึ่งในขณะนี้ตนได้สั่งให้บ่อขยะหยุดดำเนินการไปแล้ว

201605111716284-20120717140511

ขณะที่ นายภาคภูมิ กล่าวว่า วันนี้ทางคณะอนุกรรมการฯ ได้ลงพื้นที่ตามข้อร้องเรียนของประชาชน ในกรณีที่บริษัทเอกชนได้รับขยะของเทศบาลเมืองระนอง มากำจัดในพื้นที่ตำบลบางหิน อำเภอกะเปอร์ ซึ่งหลังจากการตรวจสอบเบื้องต้น รวมถึงรับฟังคำชี้แจงจากหน่วยงานราชการต่าง ๆ แล้วพบว่าขั้นตอนการทำบ่อขยะประชาชนไม่มีส่วนร่วม ไม่มีการทำประชาคมหรือสอบถามความคิดเห็น ไม่มีการขออนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมายทั้งการขุด-ถมดิน รวมถึงการประกอบกิจการทำบ่อขยะ บ่อขยะมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ โดยเบื้องต้นพบว่าชาวบ้านได้รับผลกระทบมีน้ำเสียซึมเข้าบ่อน้ำตื้นทำให้น้ำในบ่อใช้ไม่ได้แล้ว และในระยะยาวชาวบ้านมีความกังวลว่าระบบบำบัดน้ำเสีย ขยะ รวมถึงกลิ่นของขยะจะส่งผลกระทบไปยังอ่าวกะเปอร์ เนื่องจากอ่าวกะเปอร์ถือว่าเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของชาวประมงพื้นบ้านในละแวกนี้

นายภาคภูมิ กล่าวต่อว่า มีข้อถกเถียงทางกฎหมายที่น่าสนใจที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอ รวมถึงตำรวจด้วย ว่าใครมีอำนาจในการสั่งยุติ สั่งอนุญาต หรือถ้ายังไม่มีเทศบัญญัติเอกชนจะสามารถดำเนินกิจการได้เลยหรือไม่ จะผ่อนผันได้หรือไม่อย่างไร ซึ่งมีการแสดงความคิดเห็นออกเป็นสองฝ่าย โดยประเด็นข้อกฎหมายนี้ถ้ามีการตีความและตัดสินออกมาชัดเจนแล้ว ก็สามารถนำไปใช้ในประกอบการพิจารณาในพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศไทยได้ เพราะมีปัญหาที่ใกล้เคียงกันนี้อยู่หลายพื้นที่ โดยทางคณะอนุกรรมการฯ จะได้ทำการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดในวันนี้ไปปรึกษากับองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำรายงานสรุปผลการลงพื้นที่ในครั้งนี้ต่อไป