เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 22 มกราคม นายวินัย พรหมแจ่ม รองผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุทัยธานี เขต 2 นำผู้บริหาร คณะครูและครูประจำชั้นโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งสังกัดอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุทัยธานี เขต 2 ลงพื้นที่เยี่ยมเยียน ดูความเป็นอยู่ครอบครัวของเด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 ที่หายตัวไป 1 สัปดาห์ หลังทราบข่าวว่าเด็กหญิงเอได้กลับบ้านและอยู่กับผู้ปกครองซึ่งเป็นตาและยาย
ภายหลังจากการลงพื้นที่ได้พบทั้งเด็กและผู้ปกครองอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา โดยคณะที่ไปตรวจเยี่ยมดูสภาพความเป็นอยู่ พบเป็นครอบครัวที่มีฐานะยากจน เด็กค่อนข้างมีปัญหาครอบครัว ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ เนื่องจากพ่อเสียชีวิต แม่มีสามีใหม่ และจากการสอบถามเด็กหญิงอายุ 14 ปี เล่าว่า ตอนนี้ไม่พร้อมที่จะกลับไปเรียนเนื่องจากอายเพื่อน ซึ่งได้มีการเกลี้ยกล่อมอยู่นานพอสมควร จนกระทั่งเด็กยอมรับและจะกลับไปเรียนตามเดิม แต่มีข้อแม้ว่าจะขอเปลี่ยนห้องเรียนใหม่ที่มีเพื่อสนิทเรียนด้วย โดยทางโรงเรียนได้ตอบตกลงว่าจะดำเนินการเปลี่ยนห้องเรียนให้ และจะเริ่มเข้าเรียนในวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป
ส่วนความคืบหน้าของคดีกับนายมาโนช ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ ถูกตั้งข้อหาไป 3 ข้อหา 1.พรากผู้เยาว์อายุไม่เกิน 15 ปี ไปจากผู้ปกครอง 2.พาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่ออนาจาร 3.กระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กยินยอมนั้น
ด้าน พ.ต.ท.มนัส ปานสอน รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน สภ.ลานสัก กล่าวว่า ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานีได้เร่งรัดจับกุมผู้ต้องหาอย่างเร่งด่วน เพราะผู้ต้องหาถูกออกหมายจับแล้ว และให้นำตัวเด็กกลับมาด้วยความปลอดภัย จากการติดตามแกะรอยจนพบว่า นายมาโนช จงกศิริ อายุ 45 ปี พาเด็กหลบหนีไปอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการประสานชุดสืบสวนจังหวัด สืบสวนภาคออกติดตามแกะรอยหาข่าว ประกอบกับมีการเสนอข่าวออกสื่อถึงการถูกออกหมายจับ ทำให้ถูกกดดันอย่างหนัก กระทั่งล่าสุด นายมาโนชได้ส่งตัวเด็กหญิงเอจากกรุงเทพฯกลับจังหวัดอุทัยธานี โดยนำตัวเด็กส่งขึ้นแท็กซี่ไปสถานีขนส่งหมอชิต 2 เพื่อขึ้นรถตู้โดยสารกลับจังหวัดอุทัยธานี โดยได้รับการประสานจากพี่สาวของเด็กหญิงเอว่ากำลังเดินทางกลับ จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปรับตัวเด็ก แต่ไม่พบว่านายมาโนชเดินทางมาด้วย จึงนำเด็กหญิงเอมาทำการสอบสวนเบื้องต้น และส่งกลับบ้านให้กับผู้ปกครองตั้งแต่เมื่อเย็นวานนี้ (21 ม.ค.) และจากนี้ไปจะได้เร่งติดตามผู้ต้องหาอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานท้องที่ที่ผู้ต้องหาจะหลบหนี เพื่อทำการจับกุมมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว
กลับบ้านแล้ว! เด็กหญิง 14 อีกราย ผู้ต้องหาทนแรงกดดันไม่ไหวส่งคืนตายาย แต่เจ้าตัวหนี

