วันที่ 12 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตลาดค้าส่งผักเทศบาลเมืองนครพนมวิกฤติภัยแล้ง ลามผู้บริโภค ในจังหวัดนครพนม ราคาพืชผักดาหน้าพุ่ง พบหลายรายการขยับขึ้นราคาเผยเช่น พริกจาก กก.ละ 50 บาท เพิ่มเป็นราคากิโลกรัมละ 180 บาท จากปัญหาภัยแล้งได้เริ่มส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าหลายรายการที่ได้มีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่ากลุ่มผักสด เช่น มะนาว คะน้า ผักบุ้งจีน ผักกาดหอม แตงกวา ผักกาดขาว กะหล่ำปลี ต้นหอม พริกสด มะละกอดิบ ถั่วฝักยาว ขึ้นฉ่าย และผักชี เป็นต้น มีการปรับราคาเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตเข้าสู่ตลาดลดลง
โดยราคาผักในต้นเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา เช่น จากถั่วฟักยาว เดิมราคากิโลกรัมละ 20 บาท เพิ่มขึ้นเป็น กก.ละ 50 บาท มะละกอดิบ จาก กก.ละ 5 บาท ปรับเป็น 25 บาท แตงกว่าเล็ก จาก กิโลกรัมละ 5 เพิ่มเป็น กิโล 35 บาท ผักกาดขาว จากเดิม 100 เพิ่มเป็น 160 บาท มะเขือเทศ จากเดิม 5 บาท เพิ่มเป็น 20 บาท มะเขือขาว จาก กก. ละ 5 เพิ่มเป็น 35 บาท พริก จากเดิมราคา 30-50 บาท ราคาพุ่งขึ้นไป 130 –180 บาท

ส่วนผักปรุงรส เช่น ต้นหอม กก.ละ 90 บาท เดิมราคากิโลกรัมละ 20 บาท ขึ้นฉ่าย กก.ละ 90 บาท เดิมราคากิโลกรัมละ 10 บาท และผักชี กิโลกรัมละ 80 บาท ส่วนมะนาว จากลูกละ 3-5 ราคาพุ่ง 8-10 บาทเลยทีเดียว
โดยราคาผักสดที่สูงขึ้นในระยะนี้ เนื่องจากมีผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยกว่าปกติ โดยหากเทียบกับช่วงหน้าหนาวเดือนธันวาคม-มกราคม ที่ปกติราคาจะลดต่ำลง จะทำให้เห็นว่าราคาในช่วงนี้เสมือนว่าปรับสูงขึ้นมา แต่หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จะพบว่าไม่แตกต่างกันมากนัก จึงยังถือว่าเป็นช่วงปกติตามฤดูกาล สินค้ากลุ่มพืชผักนั้น จะมีระยะเวลาในการปลูกสั้นประมาณ 40-50 วัน และเมื่อผลผลิตรอบใหม่ออกสู่ตลาด ก็จะส่งผลต่อราคาให้ลดลงด้วย ไม่ใช่ราคาจะสูงขึ้นอย่างเดียว และราคาที่สูงขึ้นก็เป็นแค่ช่วงระยะเวลาสั้นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาดังกล่าวทำได้ค่อนข้างยาก

