หน้าแรก ภูมิภาค พลังศรัทธา ศิ...

พลังศรัทธา ศิษย์หลั่งไหลวางดอกไม้จันทน์ ‘หลวงพ่อคูณ’ ฌาปนสถานชั่วคราววัดหนองแวงฯ

24.01.19 | 15:02 น.

ศิษยานุศิษย์หลั่งไหลวางดอกไม้จันทน์กราบไหว้รำลึกถึงหลวงพ่อคูณ ณ ฌาปนสถานชั่วคราววัดหนองแวงฯ พุทธมณฑลอีสานขอนแก่น พร้อมเผาสรีรสังขารจริงร่วมกับนกหัสดีลิงค์ในวันที่ 29 ม.ค. ส่งวิญญาณสู่สรวงสวรรค์ตามตำนานอีสาน

ภายหลังคณะศิษยานุศิษย์ได้ร่วมเคลื่อนย้ายสรีรสังขาร พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ) อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา หรือ “เทพเจ้าแห่งดินแดนที่ราบสูง” จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ไปทำพิธีขอขมาและสวดพระอภิธรรม ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับครูใหญ่อีก 646 ร่าง ท่ามกลางพุทธศาสนิกชนเดินทางไปร่วมกราบไหว้จำนวนมาก โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่นกำหนดให้มีพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่หลวงพ่อคูณเป็นกรณีพิเศษ ประจำปีการศึกษา 2561 ระหว่างวันที่ 21 – 30 ม.ค. 62 ตามที่ได้เสนอข่าวมาโดยตลอด

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 24 ม.ค. ที่ ณาปนสถานชั่วคราววัดหนองแวงพระอารามหลวง ด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน บ้านเต่านอ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่นสถานที่ประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพสรีรสังขารหลวงพ่อคูณบนเกาะกลางน้ำ ที่ประกอบไปด้วยนกหัสดีลิงค์เทินบุษบก พญานาค 16 ตัว สัตว์ป่าหิมพานต์ 32 ตัว หอธรรมมาศน์ 4 หลัง ในสี่ทิศรอบตัวนก ประดับประดาด้วยดอกไม้จันทน์ เพื่อให้เป็นจักรวาลที่ประกอบด้วยตรงกลางเป็นเขาพระสุเมรุ(เทินไว้บนหลังนกหัสดีลิงค์) ถัดออกมาเป็นป่าหิมพานต์ก่อนสู่โลกมนุษย์ โดยมีสะพานนาคราช ตามองค์ประกอบที่ใช้ในงานพระราชทานเพลิงศพสรีรสังขารหลวงพ่อคูณ ซึ่งที่ตัวนกหัสดีลิงค์จะเคลื่อนไหวได้อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมีพิธีนางสีดาฆ่านกหัสดีลิงค์ด้วยการเสียบลูกศรที่หน้าอกตัวนก เปรียบเสมือนฆ่านกตาย กลไกต่างๆจะหยุดและเข้าสู่สรวงสวรรค์ ในวันที่ 29 ม.ค. เวลา 22.15 น.เป็นการถวายเพลิงจริงสรีรสังขารพระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ) จริง หลังจากนั้นนำเถ้าอัฐิหลวงพ่อคูณไปทิ้งลงในแม่น้ำโขง จ.หนองคาย

ณาปณสถานชั่วคราววัดหนองแวงพระอารามหลวง ณ บริเวณด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน ได้เสร็จสมบูรณ์ 100 % พร้อมมีประดับไฟอย่างสวยงาม และเปิดให้ประชาชนได้เข้ามาชมกราบไหว้ท่านอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา

Advertisement

ตั้งแต่เช้าวันนี้ได้มีประชาชนและศิษยานุศิษย์ และนักท่องเที่ยว ทั้งชาวจีน และชาวลาว จำนวนมาก ต่างให้ความสนใจเข้าชมความสวยงามสถานชั่วคราวซึ่ง “นกหัสดีลิงค์เทินบุษบกบนยอดเขาพระสุเมรุ” ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย รวม 22.6 เมตร และวางดอกไม่จันทร์ที่บริเวณสถานที่ฌาปนกิจหลวงพ่อคูณจำนวนมาก ซึ่งการวางดอกไม้จันทร์จะเปิดให้เข้าวางได้ตั้งแต่เวลา 08.00 – 19.00 น. ระหว่างวันที่ 22-28 มกราคม

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เรื่องการแต่งกายที่เหมาะสมโดยห้ามคนที่ใส่กางเกงขาสั้นและกระโปรงสั้นจนเกินไปเข้าไปในบริเวณสถานที่ฌาปนกิจชั่วคราว ซึ่งดอกไม้จันทน์ที่ประชาชนนำมาวางในงานพิธีพระราชทานเพลิงศพสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ ในวันที่ 29 ม.ค. ไม่มีการนำออกมาเวียนในรอบต่อไปอย่าเด็ดขาด

ดร.ยุทธพงศ์ มาตย์วิเศษ นายช่างเมรุลอยนกหัสดีลิงค์พระเทพวิทยาคม อาจารย์คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.ขอนแก่น กล่าวว่า พิธีการที่สำคัญเผาสรีรสังขารหลวงพ่อคูณ ประการสำคัญก่อนเผา จะต้องดำเนินการตามขั้นตอน คือ 1.ต้องฆ่านกหัสดีลิงค์เทินบุษบกเสียก่อน โดยทำพิธีกรรมด้วยใช้นางสีดาเชื่อว่าสืบสายมาจากนางสีดาสกุลเมืองอุบลราชธานีฆ่านกหัสดีลิงค์เทินบุษบกเสร็จ ขั้นตอนที่ 2 ฟ้อนส่งสะกาลหลวงพ่อคูณที่เป็นประเพณีอีสานดั้งเดิม เป็นการระลึกถึงหลวงพ่อคูณครั้งสุดท้าย และอำลาอาลัย โดยนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นใส่ชุดขาวทั้งหมดเหมือนนางฟ้านางสวรรค์ที่จะมาส่งดวงวิญญาณหลวงพ่อคูณ ขั้นตอนที่ 3 เป็นพิธีการขอขมาหลวงพ่อคูณ โดยอาจารย์คูณ ยอดแก้ว ศิษยานุศิษย์หลวงพ่อคูณ รวมทั้งญาติ และศิษยานุศิษย์อีกจำนวนมาก จะเข้าสู่พิธีกรรมที่เรียกว่า “ขอขมาสรีรสังขารหลวงพ่อคูณ” กระทั่งขั้นตอนที่ 4 เป็นพิธีกรรมสุดท้ายเผาสรีรสังขารหลวงพ่อคูณ โดยมีฤกษ์ 22.15 น. วันที่ 29 ม.ค.62 ที่จะเหลือนกหัสดีลิงค์เทินบุษบก และดอกไม้จันทน์ที่อยู่ในตัวนก พร้อมเพื่อจะเผาสรีรสังขารหลวงพ่อคูณที่บรรจุในเตาเผา และอยู่ในตัวนกเช่นกัน

“ดังนั้น ในตัวเมรุลอยที่เป็นรูปนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกจะไม่ได้ทำหน้าที่ในการเผาร่างของหลวงพ่อคูน แต่จะเป็นเตาเผาที่อยู่ข้างใน โดยเตาเผาที่ก่อด้วยอิฐสีทองมีคุณสมบัติทนความร้อนได้อย่างดี ขณะที่ในเตาเผาจะมีการวางโลงศพและไม้จิกที่ได้จากการขอรับบริจาคจากประชาชนที่มีจิตศรัทธา แยกเป็น 4 ชั้น ชั้นแรกจะเป็นโลงศพที่บรรจุร่างของหลวงพ่อคูน ทำจากไม้หอม ชั้นถัดลงมาจะเป็นท่อนไม้จิก ถัดลงมาจะเป็นตระแกงเหล็ก ทำหน้าที่ในการกรองวัสดุที่มีขนาดใหญ่ที่ไม่ใช่เถ้าอัฐิ และชั้นสุดท้ายซึ่งอยู่ล่างสุด คือ โลงที่ทำจากสแตนเลสทนความร้อน จะทำหน้าที่ในการรองรับเถ้าอัฐิของหลวงพ่อคูนทั้งหมดที่จะล่วงหล่นลงมาในโลงสแตนเลสนี้ และเมื่อพิธีพระราชทานเพลิงเสร็จสิ้น โลงสแตนเลสที่รองรับเถ้าอัฐิจะถูกปิดอย่างมิดชิด ล็อคด้วยกุญแจ จำนวน 4 ดอก โดยลูกกุญแจแต่ละดอกจะแยกเก็บไว้กับบุคลสำคัญ จำนวน 4 คน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นใครบ้าง ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ มั่นใจว่าเถ้าอัฐิของหลวงพ่อคูน จะไม่เล็ดรอดออกมาจากเตาเผาได้อย่างแน่นอน จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีผู้ใดนำไปแอบอ้างในการทำวัตถุมงคลหรือสิ่งอื่นใดนอกเหนือจากพินัยกรรมของหลวงพ่อคูน” ดร.ยุทธพงศ์ มาตย์วิเศษ กล่าว.