เมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น สถานที่จัดงานพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่ และครูใหญ่พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา ประจำปี 2561 โดยวันนี้เป็นวันที่ 4 ของการเปิดให้ประชาชนวางดอกไม้จันทน์ พบว่า มีประชาชนเดินทางมาร่วมงานตั้งแต่ก่อนเวลา 08.00 น. โดยศิษยานุศิษย์ส่วนใหญ่ตั้งใจที่จะมากราบสรีรสังขารหลวงพ่อคูณ เพราะความเคารพและศรัทธา เปรียบเสมือนพ่อที่มีคำสั่งสอนมากมายให้นำไปยึดถือและปฏิบัติ ส่งผลให้ชีวิตประสบความสุขและประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมดอกไม้จันทน์และหนังสือที่ระลึกงานหลวงพ่อคูณไว้แจกให้กับประชาชน และขอความร่วมมือประชาชนที่มาวางดอกไม้จันทน์แต่งกายด้วยชุดสุภาพ และงดถ่ายภาพบริเวณด้านหน้าโลงบรรจุสรีรสังขารหลวงพ่อคูณ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย พร้อมกันนี้ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามาในงาน เนื่องจากเมื่อวานที่ผ่านมามีกลุ่มมิจฉาชีพเข้ามาก่อเหตุโดยทำทีเข้ามาเป็นจิตอาสาและช่วยเหลือผู้สูงอายุ ก่อนจะร่วมกันลักทรัพย์เป็นสดกว่า 40,000 บาท และพระเครื่องเลี่ยมทองอีก 1 องค์ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่รู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัว
ด้านการอำนวยความสะดวกกับผู้ที่เดินทางมาวางดอกไม้จันทน์ ที่บริเวณฌาปนสถานชั่วคราว ทางจังหวัดได้ประสานขอความอนุเคราะห์รถสุขาเคลื่อนที่จากจังหวัดใกล้เคียงเพื่อคอยบริการประชาชน เนื่องจากจำนวนห้องสุขาที่มีอยู่ในพื้นที่ไม่เพียงพอ โดยข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระบุว่า เมื่อวานนี้ (24 ม.ค.) มีประชาชนเดินทางมาร่วมงานทั้งที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และที่ฌาปนสถานชั่วคราว วัดหนองแวงพระอารามหลวง ด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน จังหวัดขอนแก่น กว่า 100,000 คน และแจกหนังสือที่ระลึกหลวงพ่อคูณทั้งเล่มเล็กและเล่มใหญ่ จำนวน 23,896 เล่ม
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ณ ฌาปนสถานชั่วคราววัดหนองแวงพระอารามหลวง ด้านหลังพุทธมณฑลอีสานขอนแก่น บ้านเต่านอ ต.ศิลา รศ.ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.ขอนแก่น และ ดร.ยุทธพงศ์ มาตย์วิเศษ นายช่างเมรุนกหัสดีลิงค์พระเทพวิทยาคม เปิดเผยว่า ต้องใช้แรงงาน 8 คน ขยับกลไกนกหัสดีลิงค์ให้มีชีวิตบนเขาพระสุเมรุจำลอง

ดร.ยุทธพงศ์กล่าวว่า นกหัสดีลิงค์เทินบุษบกบนยอดเขาพระสุเมรุจำลองซึ่งเป็นฌาปนสถานชั่วคราวสำหรับพิธีถวายพระเพลิงสรีรสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณเสร็จสมบูรณ์ 100% โดยออกแบบให้นกมีชีวิต สามารถขยับปีก ปาก งวง และตาได้ ซึ่งกลไกลในการขยับมาจากวิถีชีวิตชาวบ้านที่ประดิษฐ์ขึ้นมาเอง โดยสามารถเคลื่อนได้โดยไม่ต้องมีกลไกแบบเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานมากนัก หากจะมีการขยับจะต้องใช้คนขยับถึง 8 ราย เนื่องจากมีความหนักและอาจเหนื่อยล้า เพราะมีพิธีกรรมค่อนข้างใช้เวลาพอสมควร จึงต้องมีผลัดสองมาเปลี่ยน
“บนเกาะกลางน้ำ สมมุติเป็นเขาพระสุเมรุ และมีนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกอยู่บนเกาะ ได้ทดสอบระบบไฟเสร็จเรียบร้อย และเปิดให้ประชาชนได้ชมอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งได้เพิ่มระบบดรายไอซ์ขึ้นมาให้ดูเสมือนเป็นหมอกสีขาวเต็มเขาพระสุเมรุจำลอง เสมือนอยู่บนสวรรค์ โดยใช้เป็นสีขาวทั้งหมด ใช้ระบบการส่องสว่างปกติ ตามพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณ ในวันที่ 29 ม.ค. จะเริ่มพิธีตั้งแต่เวลา 18.00 น. นางสีดาเสียบลูกศรไปที่อกตัวนกหัสดีลิงค์เทินบุษบก ตามด้วยเพชณฆาตที่เรียกว่า ขุนตูม ขุนตาล ขุนซ้ำ ขุนพลอย ใช้ศาศตราวุธหอก ดาบ ง้าว และหลาว เข้าไปเสียบที่ตัวนกจนนกตายสนิท โดยมีช่างใช้น้ำสีแดงแทนเลือดเทออกมาที่บาดแผล ส่วนด้านหลังจะนำผลไม้ อาทิ ส้ม เทลงมาจากด้านหลังของนก อุปมาเหมือนกับขี้นก ซึ่งเปรียบเป็นของมงคล เมื่อนกหัสดีลิงค์ตายแล้วก็จบสิ้นของนางสีดา เวลา 22.45 น.จะเป็นการเผาจริงด้วยการจุดไฟในเตาเผาอยู่ในตัวนกที่มีสรีรสังขารหลวงพ่อคูณ ห่างมาประมาณ 30 นาที ก็จุดไฟเผานกหัสดีลิงค์เทินบุษบกใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง ดังนั้น นกหัสดีลิงค์และส่วนประกอบรอบตัวนกทั้งหมดบนเกาะกลางน้ำจะไหม้ทั้งหมด ขอความร่วมมือกับประชาชนและศิษยานุศิษย์ที่เข้ามาร่วมพิธีฌาปนกิจเผาจริงสรีรสังขารหลวงพ่อคูณ เมื่อถึงเวลานั้นขอให้ออกห่างให้มากที่สุด เพราะเผานกกับสรีรสังขารของท่านจะมีไฟลุกรุนแรงกองไฟลูกใหญ่มาก อย่าได้เข้ามาใกล้ในรัศมีที่เจ้าหน้าที่ได้ห้ามเอาไว้อย่างเด็ดขาด เพราะจะเกิดอันตรายกับตนเองอย่างมาก”

รศ.ดร.นิยมกล่าวว่า นกหัสดีลิงค์เทินบุษบกพร้อมส่วนประกอบต่างๆ บนเกาะกลางน้ำที่สมมุติเป็นเขาพระสุเมรุจำลอง ณ ปณสถานชั่วคราววัดหนองแวงพระอารามหลวง ด้านหลังพุทธมณฑลอีสานขอนแก่น เสร็จสมบูรณ์ 100% เหลือเพียงสิ่งประดับความสวยงาม จึงขอส่วนร่วมจากประชาชนนำต้นไม้เบญจมาศสีขาวที่อยู่ในกระถางขนาดเล็กใบละ 10-15 บาท มาบริจาคเพื่อประดับบนเกาะกลางน้ำ ขณะนี้บริษัท ขอนแก่น ช.ทวี ได้บริจาคมาแล้ว 2,000 ต้น ยังไม่เพียงพอ ทางคณะกรรมการยังต้องการอีกมาก
“อย่างไรก็ตามพิธีการเผาจริงหลวงพ่อคูณ ต้องมีการซ้อมใหญ่ในวันที่ 27-28 ม.ค. โดยเฉพาะนกหัสดีลิงค์บนเขาพระสุเมรุจำลอง ซึ่งเป็นพิธีพระราชทานเพลิงหลวงพ่อคูณจะต้องเป็นไปตามขนบประเพณีอีสาน ในการเผาสรีรสังขารหลวงพ่อคูณ พร้อมไปกับนกหัสดีลิงค์เทินบุษบก และส่วนประกอบต่างๆ ที่อยู่บนเกาะกลางน้ำ”

