หลวงพ่อคูณ-เมื่อคืนวันที่ 28 ม.ค.2562 รศ.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. พร้อมด้วย รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข.,รศ. นิยม วงษ์พงศ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มข.,รศ.ศุภวัฒนากร วงศ์ธนวสุ คณบดีวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น,พล.ต.สมชาย ครรภาฉาย ผบ.มทบ.23 และนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น ร่วมกันฝึกซ้อมริ้วขบวนการลำดับขั้นตอนการเคลื่อนสรีระสังขารครูใหญ่พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา จากศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มข. สถานที่ที่สำหรบการจัดงานพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่พระเทพวิทยาคม เป็นกรณีพิเศษ ประจำปีการศึกษา 2561 มายังฌาปนสถานฯ
โดยได้เริ่มจากการเคลื่อนย้ายสรีระสังขาร มาขึ้นรถที่เตรียมไว้ การกำหนดริ้วขบวน การเคลื่อนขบวนด้วยรถยนต์ทุกคันที่ใช้ร่วมในขบวน การจำกัดความเร็วตลอดระยะทางที่กำหนด การเคลื่อนสรีระสังขารลงจากรถมายังเมรุชั่วคราว ที่ มข.จัดสร้างขึ้นในรูปของนกหัสดีลิงค์เทินบุษบกบนยอดเขาพระสุเมรุ โดยในการฝึกซ้อมนั้นใช้เวลาประมาณ 2 ชม.จึงแล้วเสร็จ โดยมีพุทธศาสนิกชน คณะศิษยานุศิษย์ รวมไปถึงผู้ที่ให้การเคารพเลื่อมใสศรัทธาในครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ที่มาร่วมชมการฝึกซ้อมกันเป็นจำนวนมาก

รศ. นิยม วงษ์พงศ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มข. กล่าวว่า ตามขนบธรรมเนียมแล้วผู้ทำการสร้างนกหัสดีลิงค์เทินบุษบก จะเป็นผู้ที่ไปรับสรีระสังขารของครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ซึ่งคล้ายกับการเชิญเข้าบ้าน โดยตนเองนั้นจะพาทีมช่างนกหัสดีลิงค์และผู้ที่รับผิดชอบในงานภาคพิธีกรรมรับสรีระสังขารของหลวงพ่อจากรถมายังเตาเผา โดยเจ้าหน้าที่จะยกโลงเข้ามาบริเวรด้านหน้าของตัวนก เลี้ยวขวาและขึ้นสะพานพญานาคจากนั้นจะวนซ้ายและเข้าสู่ตัวทางปีกขวา ซึ่งเมื่อเข้าไปแล้ว เป็นหน้าที่ของคณะแพทยศาสตร์ที่จะเปิดกุญแจที่ล็อคเตาเผาออกเพื่อนำโลงที่บรรจุสรีระสังขารของหลวงพ่อนั้นบรรจุเข้าไป โดยโลงของหลวงพ่ออยู่ในลำดับชั้นโลงที่ 2
“เมื่อสรีระสังขารหลวงพ่อได้บรรจุเรียบร้อยแล้ว ก็จะเข้าสู่พิธีการต่างๆทั้งการวางดอกไม้จันทน์ การทอดถวายผ้าบังสุกุล จากนั้นก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของการฆ่านกหัสดีลิงค์ การรำสํสการ และการขอขมาสรีระสังขารของหลวงพ่อเป็นลำดับขั้นตอนสุดท้าย ซึงพิธีการดังกล่าวทั้งหมดที่กำหนดมานั้นจะเสร็จสิ้นช้าที่สุดคือ 19.15 น. เพื่อให้คณะทำงานได้เคลียร์พื้นที่เพื่อที่จะเข้าสู่ขั้นตอนของการถวายเพลิงในเวลา 22.15 น. ตามที่กำหนด โดยเมื่อถึงเวลา พระเถรานุเถระที่ทรงสมณศักดิ์สูงสุดในงานจะจุดไฟในเตาเผา ซึ่งเป็นไฟที่เผาสรีระสังขารของหลวงพ่อ จากนั้นผ่านไป 20 นาที จะเป็นการถวายเพลิงตามขนบอีสาน โดย มข. ได้กำหนดผู้ที่จะถวายเพลิงแล้ว 5 คน ประกอบด้วย ผวจ.ขอนแก่น,ผวจ.นครราชสีมา,ผวจ.หนองคาย,อธิการบดี มข.และคณบดีคณะแพทยศาสตร์”

รศ.นิยม กล่าวต่ออีกว่า หลังจากการถวายเพลิงแล้วเสร็จ นกหัสดีลิงค์ฯก็จะเผาไหม้ไปพร้อมกับสรีระสังขารของหลวงพ่อ โดยคณะทำงานนั้นไม่สามารถคาดการณ์ว่าเพลิงจะลุกไหมมากน้อยเท่าใด หรือเปลวไฟจะไปในทิศทางใด ดังนั้นในช่วงของการเคลียร์พื้นที่จึงจำเป็นจะต้องกันประชาชนออกนอกฌาปนสถานฯแห่งนี้ออกให้ไกลที่สุด เพื่อให้ไฟได้ลุกไหม้ไปทั่วทั้งบริเวณ โดยในช่วงเช้าเมื่อเพลิงสงบลงแล้ว คณะทำงานจากคณะแพทยศาสตร์ที่รับผิดชอบ 4 คน จะทำการล็อคกุญแจโลงบรรจุอัฐิของหลวงพ่อ เพื่อนำไปลอยอังคารที่ จ.หนองคายทันที ซึ่งเมื่อขบวนเชิญอัฐิของหลวงพ่อออกจากฌานสถานไปแล้ว มข.จะทำการนำโรงเรือนตระแกรงขนาดใหญ่มาวางครอบจุดถวายเพลิงไว้อย่างแน่นหนา มีการล็อคกุญแจหนาแน่น โดยมีเจ้าหน้าที่ รปภ.ประจำตลอด 24 ชม.เพื่อห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาภายในบริเวณเด็ดขาด
“สำหรับในการฆ่านกหัสดีลิงค์ฯและการถวายเพลิงสรีระสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณนั้น ทุกลำดับขั้นตอนมีการกำหนดรูปแบบและการเตรียมงานของทุกฝ่ายไว้อย่างครบถ้วน ดังนั้นการพยายามจะเข้ามาเก็บสิ่งของต่างๆในช่วงของพิธีกรรมที่ส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นของมงคลนั้นไม่สามารถที่จะทำได้ เพราะทั้งหมดจะถูกส่งมอบให้กับคณะแพทยศาสตร์ เพื่อใช้บรรจุในอนุสรณ์สถานของหลวงพ่อคูณ ที่จะทำการจัดสร้างขึ้นตามลำดับต่อไป” รศ.นิยม กล่าว

