เมื่อวันที่ 29 มกราคม นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา นักเคลื่อนไหวทางสังคม สิ่งแวดล้อมและพลังงาน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ระบุว่า บทวิเคราะห์สถานการณ์ “คนค้านเขื่อนกำลังจะเริ่มเป็นต่อรัฐบาลเผด็จการ” การเคลื่อนไหวตลอด 4 วันที่ผ่านมา สามารถสร้างความตื่นตัวในการรับรู้ประเด็นเขื่อนทั้ง 4 แห่งนครศรีธรรมราช – พัทลุงให้กับคนไทยได้พอสมควร มีผู้คนเริ่มมาเยี่ยมให้กำลังใจไม่ขาดสาย
โดยเฉพาะภาพการมัดมือเดินบุกไปยังทำเนียบรัฐบาลในวันจันทร์ที่ 28 มกราคม นั้น สวยงามมีพลังและสะท้อนความเจ็บปวดที่ภาคประชาชนถูกภาครัฐพันธนาการ
แต่ไม่มีหรอกที่ทำม็อบเพียงสองสามวันแล้วรัฐบาลจะยอมยกเลิกโครงการให้ กรณีโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และเทพา ต้องชุมนุมปักหลักค้างคืนในกรุงเทพทั้งหน้าทำเนียบและหน้ายูเอ็นอย่างเข้มข้นกว่า 20 วัน จึงจะชนะได้ บันทึกข้อตกลงหรือ MOU ให้ชะลอโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองโรงจนไม่ได้สร้างถึงทุกวันนี้ ดังนั้นจึงฟันธงได้ว่า หากต้องการชัยชนะ ศึกนี้ยังต้องอึดยืดเยื้อยาวนาน
แต่ลำพังกำลังชาวบ้านนครศรีธรรมราช –พัทลุง ที่เดือดร้อนจากโครงการเขื่อนทั้ง 4 คือ เขื่อนวังหีบ เขื่อนคลองสังข์ เขื่อนกั้นน้ำเค็มปากประและคลองผันน้ำเมืองนคร คงยากที่จะเผด็จศึกรัฐบาลที่มีอำนาจรัฐมากมายในมือได้ในเร็ววัน การมีกำลังจากทุกสารทิศมาร่วมเคลื่อนร่วมชุมนุมหน้าทำเนียบ และพี่น้องที่มาไม่ได้ก็ช่วยกันโพสต์แสดงออก นี่คือยุทธศาสตร์แห่งชัยชนะ ภาคประชาชนจะชนะได้ ก็ต้องรวมตีนกันให้ได้ตามบทเรียนของสมัชชาคนจน
ถึงเวลาแล้วที่พี่น้องคนไทย ที่รักป่า ค้านเขื่อน รักสิ่งแวดล้อม รักประชาธิปไตย และเกลียดเผด็จการ จะต้องร่วมเข้ามาหนุนเสริมชาวนคร-พัทลุงค้านเขื่อนทั้ง 4 เมื่อถนนทุกสายมุ่งสู่หน้าทำเนียบรัฐบาล เผด็จการก็ย่อมจะมีหนาว อาจจำใจยกเลิกโครงการในที่สุด

