หน้าแรก ภูมิภาค ครม.ยก &#8216...

ครม.ยก ‘ถ้ำหลวง’ อุทยานแห่งชาติในรูปแบบอุทยานประวัติศาสตร์แล้ว

29.01.19 | 18:40 น.

เมื่อวันที่ 29 มกราคม ที่ห้องธรรมลังกา ศาลากลาง จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภาสกร บุญญลักษม์ รองผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย เป็นประธานการประชุมคณะทำงานบูรณะปรับปรุงฟื้นฟู วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย หลังจากเมื่อวันที่ 17 มกราคม ที่ผ่านมา คณะนำโดยนายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ กองทัพเหรือ หรือหน่วยชีล ได้นำคณะเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ หน่วยชีล หน่วยกู้ภัย เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายเวิร์น อันสเวิร์ธ นักสำรวจถ้ำชาวอังกฤษ เข้าสำรวจภายในถ้ำหลวงเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปฏิบัติการช่วยเหลือทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี 13 คนแล้วเสร็จ เพื่อเตรียมเก็บกู้อุปกรณ์ที่คงค้างภายใน และสำรวจเพื่อเตรียมเปิดถ้ำในอนาคต


นายกมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 กรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวรายงานในการประชุมว่า จากปฏิบัติการดังกล่าว พบว่าพื้นที่ลึกจากปากถ้ำเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร ตั้งแต่โถงที่ 3 ไปจนถึงบริเวณสามแยก ก่อนเลี้ยวซ้ายไปทางเนินนมสาว และหาดพัทยา ซึ่งเป็นจุดที่ทีมหมูป่าเคยติดอยู่ พบว่าเต็มไปด้วยโคลนเลนระยะทางกว่า 450 เมตร ลักษณะเป็นท่อยาวขนาดใหญ่ ส่วนตรงสามแยกยังมีน้ำท่วม และมีทรายอุดรูที่จะใช้เดินทางต่อไป ทำให้คณะได้ยุติการสำรวจ เพราะคาดว่าสาเหตุที่เด็กๆ ทีมหมูป่าเข้าไปได้ก่อนเหตุการณ์ติดถ้ำวันที่ 23 มิถุนายน 2561 เพราะเห็นว่าไม่มีน้ำ แต่น้ำได้ไหลออกมาปิดภายหลัง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้พบถังอัดอากาศคงค้างอยู่ภายใน 379 ถัง อุปกรณ์สื่อสาร กระดาษฟรอยด์ เข็มฉีดยาสำหรับฉีดเด็กๆ สายไฟฟ้า ท่ออากาศ เครื่องสูบน้ำ ฯลฯ รวมทั้ง มีขยะจำนวนมาก จึงได้ทำบันทึกข้อมูล และภาพถ่ายเอาไว้แล้ว

นายภาสกร กล่าวว่า ได้ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปวิเคราะห์ดูว่าอุปกรณ์ใดสมควรหรือไม่สมควรนำเอาออกมาจากถ้ำก่อน ส่วนการจะเข้าไปสำรวจอีกครั้ง หรือนำอุปกรณ์ต่างๆ ออกมา แล้วแยกแยะว่าจะนำไปไว้ ณ จุดใด หรือส่งมอบให้หน่วยงานที่เป็นเจ้าของได้อย่างไรนั้น คงต้องใช้เวลา เพราะปัจจุบันถ้ำอยู่ภายใต้คำสั่งกองอำนวยการ ปภ.จ.เชียงราย ซึ่งยังไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าออกหากไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย จึงยังไม่มีกำหนดการจะเข้าไปใหม่อีกครั้ง เนื่องจากสถานการณ์ล่าสุดยังมีน้ำ และไม่สามารถทราบได้จากภายนอก ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อน้ำปากถ้ำแห้งสนิท และเข้าสู่ฤดูแล้ง เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปสำรวจจนพบสถานการณ์ดังกล่าว ส่วนการจะเข้าไปอีกครั้ง คาดว่าต้องรออย่างน้อย 1-2 เดือน อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่รออยู่นี้ ทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ อยู่ระหว่างผลักดันให้วนอุทยานเป็นอุทยานแห่งชาติอย่างเต็มตัว เพื่อจะได้พัฒนา โดยเฉพาะปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวไปเยือนจำนวนมาก จึงจะดำเนินการด้านนี้เป็นหลักก่อน คาดว่าทั้ง 2 เรื่องจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ราวปลายปี 2562

Advertisement

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมแจ้งว่าปัจจุบันคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ยกฐานะวนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงฯ ให้เป็นอุทยานแห่งชาติในรูปแบบอุทยานประวัติศาสตร์แล้วเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ที่ผ่านมา และให้นายกวี ประสมพล เป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงฯ ดังนั้น สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 ซึ่งเป็นต้นสังกัด จึงได้นำเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมกับสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 (เชียงราย) เจ้าหน้าที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ฉก.ม.2 ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง ฝ่ายปกครอง และเจ้าของพื้นที่ทำกินที่ติดกับแนวเขต สำรวจแนวเขตเพื่อการจัดตั้งดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 14 หมู่บ้าน 4 ตำบลคือ ต.โป่งผา ต.โป่งงาม ต.เวียงพางคำ และ ต.ห้วยไคร้ อ.แม่สาย ระยะทางประมาณ 43.02 กิโลเมตร รวมเนื้อที่ประมาณ 12,000 ไร่ โดยเป็นเขตวนอุทยานถ้ำหลวงฯ เดิมประมาณ 5,000 ไร่ และบางส่วนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยนางนอน ซึ่งทางกองทัพบกขอใช้พื้นที่ และทางโครงการพัฒนาดอยตุงฯ เข้าไปพัฒนาพื้นที่

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ปัจจุบันกรมอุทยานแห่งชาติได้ทำหนังสือแจ้งหน่วยงานต่างๆ จนได้รับความเห็นชอบแล้ว รวมทั้ง ทำประชาคมกับชาวบ้านทั้ง 4 ตำบล ภายใต้หลักการว่าต้องไม่ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติทับซ้อนที่ดินทำกินของชาวบ้าน และชาวบ้านต้องได้รับประโยชน์จากการมีอุทยานแห่งชาติใหม่ดังกล่าวด้วย พบว่าการดำเนินการผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 จะสรุปรายงานแจ้งกรมอุทยนแห่งชาติฯ ให้ได้รับทราบเพื่อดำเนินการต่อไป ส่วนการพัฒนา และปรับปรุงพื้นที่ต่างๆ ทั้งถนน จัดระเบียบร้านค้า การจราจร สถานที่จอดรถ ฯลฯ พบว่าทั้งกรมอุทยานแห่งชาติฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เดินหน้าดำเนินการไปอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าบางโครงการจะติดขัดเรื่องการขออนุญาตใช้พื้นที่ เนื่องจากก่อนการประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงฯ อย่างเป็นทางการนี้ พื้นที่หลายส่วนยังอยู่ในการดูแลของหน่วยงานเดิมอยู่ ทำให้สับสนในการขออนุญาตใช้พื้นที่กันอยู่ โดบในกาประชุมครั้งนี้ นายภาสกรพยายามให้ขออนุญาตให้ถูกหน่วยงาน เพื่อให้การพัฒนาคืบหน้าไปอย่างรวดเร็วแล้วต่อไป