ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สระน้ำวัดป่าเบญจวนาราม บ้านภูเงิน ต.ท่าสองคอน อ.เมือง จ.มหาสารคาม ได้มีชาวบ้านจำนวนกว่า 100 คน กำลังมุงดูจระเข้น้ำจืดยาวประมาณ 1.50 เมตร ด้วยความตื่นเต้น และสงสัยว่าจระเข้ตัวดังกล่าวหลุดมาจากที่ใด เนื่องจากไม่เคยพบเห็นมาก่อน ซึ่งชาวบ้านต่างวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา บางคนแสดงความคิดเห็นว่าน่ากลัว เกรงจะเป็นอันตรายแก่บุตรหลาน หลายคนนำโทรศัพท์มาถ่ายรูปเก็บไว้ พร้อมทั้งขอโชคลาภ เนื่องจากเชื่อว่าเป็นจระเข้หลวงปู่ ที่อยู่ที่ศาลดอนปู่ตา ซึ่งตั้งอยู่บริเวณดังกล่าว ซึ่งจะได้มาปกปักรักษาชาวบ้านอีกด้วย
โดยชาวบ้านได้นำโครงไก่สดมามัดผูกติดกับไม้และโยนลงไปในน้ำเพื่อล่อให้จระเข้มากินอาหาร ซึ่งจระเข้ได้มุดน้ำมากิน จากนั้นก็มุดน้ำไปยังกลางสระน้ำนอนอาบแดดโชว์ชาวบ้านนานเป็นชั่วโมง ซึ่งชาวบ้านบางคนก็บอกว่าในสระน้ำแห่งนี้น่าจะมีจระเข้ประมาณ 2-3 ตัว สังเกตเมื่อจระเข้โผล่มากินอาหารมีขนาดไม่เท่ากัน
นางบุญล้วน วรสินธุ์ ชาวบ้านบ้านอุปราช ต.ท่าสองคอน อ.เมือง จ.มหาสารคาม กล่าวว่า สระน้ำหลังวัดป่าเบญจวนารามมีความกว้าง 10 เมตร ยาว 50 เมตร ซึ่งชาวบ้านคาดว่าน่าจะหลุดออกมาจากบ่อเลี้ยงในละแวกใกล้เคียงในช่วงน้ำท่วม ภายหลังจากทราบข่าวว่ามีคนพบจระเข้ที่วัดดังกล่าวก็ได้พาเพื่อนบ้านอีก 2-3 คนมาดู ก็พบจระเข้ตัวสีดำ ยาวไม่ต่ำกว่า 1.5 เมตร และอีกตัวยาวประมาณ 2 เมตร โดยส่วนตัวตนคิดว่าเป็นจระเข้ของศาลเจ้าปู่ ดอนปู่ตา ที่ตั้งอยู่บริเวณดังกล่าว อาจจะมาให้โชคกับชาวบ้านก็เป็นได้ เนื่องจากจระเข้ไม่ดุร้าย ดำผุดดำว่าย นอนโชว์กลางหนองน้ำให้ดู ไม่เหมือนจระเข้ที่อื่น มีแต่หลบอยู่พุ่มไม้รอกินอาหารอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านได้พูดคุยกันว่าจะทำอย่างไรกับจระเข้ตัวนี้ดี เนื่องจากจระเข้เป็นสัตว์อันตราย บางกลุ่มจะให้เจ้าหน้าที่รัฐมาจับไปปล่อยยังสถานที่ปลอดภัย แต่ยังมีชาวบ้านจำนวนมากลงความเห็นว่าอยากเลี้ยงจระเข้ไว้ที่เดิม เนื่องจากสระน้ำดังกล่าวมีกลุ่มวัยรุ่นลักลอบมาจับปลาบ่อยครั้ง หากมีจระเข้อยู่คงไม่มีใครกล้าเข้ามาลักลอบจับปลาแน่นอน อย่างไรก็ตามจะได้มีการนัดชาวบ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมเพื่อทำประชาคมลงความเห็นว่าจะจับจระเข้ไปไว้ที่อื่นหรือจะปล่อยจระเข้ให้อยู่ในสระน้ำต่อไป

