หน้าแรก ภูมิภาค ปล่อยขบวนคุ้ม...

ปล่อยขบวนคุ้มครองนักท่องเที่ยว สตช.สั่งตร.อยุธยาไล่จับโจรชิงทรัพย์สาวเยอรมันกลางบึงพระราม

13.05.16 | 12:30 น.

วันที่ 13 พฤษภาคม เมื่อเวลา 10.30 น. นายประยูร รัตนเสนีย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ร่วมกันระดมปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครอง ตำรวจภูธร ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจรถไฟ ตำรวจทางหลวง และอาสาสมัคร ภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นเมืองมรดกโลกและสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง เพื่อสร้างความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ หลังจากเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา  มีคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์และทำร้ายนักท่องเที่ยวสาวชาวเยอรมันกลางบึงพระราม ในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์

ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ทำให้เกิดภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดและประเทศชาติเสียหาย ด้วยข่าวสารเผยแพร่ออกไปทั่วโลก ถือเป็นเหตุการณ์ที่ทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยวของจังหวัดและของประเทศเป็นอย่างมาก ซึ่งเฉพาะในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นับจากต้นปี 2559 เป็นต้นมามีการก่อเหตุประทุษร้ายต่อนักท่องเที่ยวเพื่อหวังเอาทรัพย์สินในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัด รวม 2 คดีแล้ว คดีแรกจับกุมได้แล้ว ส่วนในคดีล่าสุดทางตำรวจกำลังเร่งดำเนินการทางคดี

พล.ต.ต.สุทธิ เปิดเผยว่า ทางรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งให้ตำรวจภูธรจังหวัดดำเนินการจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด ซึ่งพบว่าคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 20 ปี สวมกางเกงขายาว เสื้อแจ๊กเก็ตสีเข้ม สวมหมวกกันน๊อกสีขาว ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าสีเขียว ซึ่งให้ทุกโรงพักกระจายกำลังหาบุคคลที่คล้ายเป้าหมาย โดยให้เน้นย้ำในที่กลุ่มแก๊งที่เคยก่อเหตุในลักษณะชิงทรัพย์ ซึ่งทางตำรวจเคยมีแฟ้มประวัติอยู่  สำหรับคดีลักษณะนี้ปกติคนร้ายมักจะมาก่อเหตุ 2 คน แต่ในคดีนี้มาเพียง 1 คน ซึ่งอาจเป็นกลุ่มใหม่ หรือกลุ่มเก่าๆ ที่ดัดแปลงวิธีการ ซึ่งย้ำให้ตำรวจทำงานอย่างรัดกุม และต้องจับให้จงได้

201605131129164-20021028190200

อย่างไรก็ตาม มีรายงานเหตุว่าหลังเกิดเหตุในพื้นที่อยุธยาแล้ว หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงมีคนร้ายลักษณะคล้ายกันไปก่อเหตุในเขตอำเภอเสนา กับชาวบ้าน ด้วยการชิงทรัพย์ ซึ่งต้องไปตรวจสอบเพื่อเทียบรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายด้วยเช่นกัน อีกทั้งจากข้อมูลช่วงนี้เรามีเพียงแต่คำให้การของเหยื่อและพยาน  ที่พอจะจำรูปพรรณสัณฐานคนร้ายได้คร่าวๆ เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก โดยจะต้องไปแสวงหาหลักฐานเป็นภาพวงจรปิดจากกล้องต่างๆ ทั่วเกาะเมืองกรุงเก่า เพื่อนำมาเป็นหลักฐานประกอบคดีและเป็นฐานข้อมูลในการเสนอออกหมายจับและติดตามจับกุม โดยหากประชาชนท่านใดมีภาพวงจรปิดที่คล้ายคนร้ายสามารถติดต่อตำรวจเพื่อช่วยเหลือกัน

Advertisement

นายประยูร เปิดเผยว่า ได้ประสานงานหน่วยงานในจังหวัด เพื่อจัดทำโครงการเชิงป้องกันเหตุ ด้วยการเพิ่มเจ้าหน้าที่สายตรวจ ปรับปรุงภูมิทัศน์ เพื่อปิดจุดอับ จุดอันตราย เพิ่มระบบไฟฟ้าแสงสว่าง และติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่ม รวมถึงรณรงค์หาแนวร่วมจากชุมชน เพื่อแจ้งเบาะแสกลุ่มมิจฉาชีพที่หลบซ่อนในชุมชน รวมถึงให้ทุกฝ่ายช่วยเหลือนักท่องเที่ยว