วันที่ 13 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานเทศบาลตำบลยางตลาด อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง นายกเทศมนตรีตำบลยางตลาด อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ในฐานะนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศใช้มาตรา 44 กับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่ง ในข้อหาเกี่ยวกับการทุจริต ซึ่งประเด็นนี้หากผู้บริหารคนนั้นมีความผิดจริง สมาชิกสมาคมสันนิบาตฯ ก็ยินดีน้อมรับคำวินิจฉัย แต่หากว่าหลังผลการสอบออกมาชี้ชัดว่าไม่มีความผิด ก็ควรที่จะรีบคืนตำแหน่งหรือคืนความชอบธรรมให้ผู้บริหารท้องถิ่นคนนั้นโดยเร็ว
“การมีรายชื่อติดโผโดนมาตรา 44 นั้น เป็นเรื่องที่บั่นทอนเสถียรภาพทางการเมือง และเสื่อมเสียต่อวงศ์ตระกูลเป็นอย่างมาก ดังนั้น ในฐานะนายกสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย จึงออกมาเรียกร้องขอคืนความชอบธรรมให้กับผู้บริหารท้องถิ่น ที่ผ่านขั้นตอนตัดสินแล้วว่าไม่มีความผิด โดยต้องการให้ ฯพณฯท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รีบประกาศคืนตำแหน่งโดยเร็ว เพราะผู้ที่เสียประโยชน์คือพี่น้องประชาชน หากท้องถิ่นไม่มีผู้บริหาร ก็จะทำให้ได้รับความเดือดร้อน การพัฒนาล่าช้า ประชาชนไม่ได้รับการดูแล และถือเป็นตราบาปติดตัวติดใจให้กับผู้บริหารคนนั้น ผลงาน คุณงามความดีที่เคยทำมา แทบจะไม่เหลือค่าอะไรเลย หากไม่รีบคืนความชอบธรรมให้” นายเกรียงไกร กล่าว
นายกสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย กล่าวอีกว่า ตนเชื่อว่าทุกคนที่เข้ามาเป็นผู้บริหารท้องถิ่นมีวิสัยทัศน์ที่ดี เป็นผู้ที่เสียสละความสุขส่วนตัว เพื่อที่จะนำพาพี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดี มีความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน เชื่อว่าไม่แตกต่างจาก ฯพณฯท่านนายกรัฐมนตรี ที่มุ่งหวังให้ประเทศชาติมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ผู้บริหารท้องถิ่นก็เป็นอีกฟันเฟืองหนึ่ง ซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับชาวบ้าน สามารถสนองงานท่าน เป็นองค์กรที่คอยประสานผลประโยชน์ และช่วยรัฐบาลขับเคลื่อนทุกนโยบายอย่างเข้าถึงชาวบ้านที่สุด เพราะผู้บริหารท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของชาวบ้าน เป็นบุคคลที่ชาวบ้านจะฝากผีฝากไข้ได้ทุกเรื่อง
“พวกเราในนามสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และรวมถึงประชาชนชาวไทย มีความเชื่อมั่นในตัวท่าน เอาใจช่วยท่าน ให้กำลังใจท่านในการบริหารประเทศมาโดยตลอด และเชื่อด้วยว่าท่านเป็นผู้ทรงธรรม ทั้งคุณธรรม จริยธรรม และความชอบธรรม จึงได้ออกมาเรียกร้องให้ท่านพิจารณาคืนความเป็นธรรมให้กับผู้บริหารท้องถิ่น ที่ผลสอบออกมาแล้วว่าไม่มีความผิดโดยเร็ว เพราะถ้าประวิงเวลานานไป ประเทศชาติจะยิ่งได้รับความเสียหาย ประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนยิ่งขึ้น เพราะถ้าท้องถิ่นไม่มีผู้นำ ก็ไม่ต่างกับเรือที่ขาดหางเสือ จะขยับเคลื่อนไหวก็ไม่ได้ ก็มีแต่จะจมแหล่มิจมแหล่เท่านั้น ท้องถิ่นจึงจำเป็นต้องมีผู้นำ” นายเกรียงไกร กล่าวอีกและว่า ดังนั้นไม่ว่าบุคลากรภาครัฐ ข้าราชการ หรือผู้บริหารท้องถิ่น ที่ผ่านการสอบและพ้นมลทินแล้ว จึงควรได้รับอิสรภาพ กลับคืนสู่ตำแหน่ง เพื่อทำหน้าที่บริหารงาน และบริการพี่น้องประชาชนต่อไป โดยเฉพาะในกลุ่มนายกหรือผู้บริหารท้องถิ่นนั้นสำคัญ
“สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยทั่วประเทศ 2,440 แห่ง ต่างน้อมรับนโยบายและการบริหารของ ฯพณฯท่าน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เดินตามโรดแมปตามที่ประกาศเป็นสัญญาประชาคมไว้แต่แรก นอกจากนี้ สมาคมสันนิบาตฯ ยังต้องการให้ทุกภาคส่วน ทั้งนักวิชาการ นักการเมืองเก่า จากหลายๆ พรรค มาช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ช่วยกันเสนอสิ่งดีๆ เพื่อช่วยกันพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้า ไม่ใช่จะมาตั้งแง่จับผิดขัดแย้ง ซึ่งจะทำให้เกิดเป็นปัญหาทะเลาะเบาะแว้งไม่จบสิ้น ยิ่งในยุคบ้านเมืองต้องการความปรองดองสมานฉันท์ เราต้องช่วยกันประคับประคอง ให้ก้าวผ่านหลุมบ่ออุปสรรคต่างๆนานา และก้าวพ้นวิกฤตการเมืองด้วยความราบรื่น มิใช่คอยสกัด ให้เกิดการสะดุด ทำให้ต้องเดินตามหลังประเทศเพื่อนบ้าน ทุกคนต้องมีสามัญสำนึก มีธงที่ต้องเดินไปให้ถึง คือความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามบรรทัดฐานคืนความสุขให้ประชาชนชาวไทย ที่ คสช.ประกาศไว้” นายเกรียงไกร กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในประเด็นของการลงประชามติ ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 นี้ นายเกรียงไกรให้ทรรศนะว่า การลงประชามติ เป็นการใช้สิทธิตามหน้าที่พลเมือง ภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล และเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ไม่อาจชี้นำใดๆได้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบุคคลๆนั้น การที่จะมีใครไปชี้นำจึงเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง การลงประชามติให้เป็นอำนาจของประชาชนที่จะพิจารณาตัดสินใจเองได้ เพราะทุกวันนี้ชาวบ้านฉลาดแล้ว และเชื่อว่าทุกคนรักบ้านเกิดเมืองนอน รักประเทศไทย เคารพในกติกา ประเทศไทยต้องเดินไปข้างหน้า รัฐบาลกำลังคืนอำนาจให้ปวงชนชาวไทยได้ใช้สิทธิหน้าที่ ขณะที่พวกเราต่างเทิดทูนและภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ที่เป็นสถาบันหลักของไทยไม่เสื่อมคลาย และในเบื้องต้นนี้ ข่าวดีที่สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยอยากได้เป็นของขวัญจาก พล.อ.ประยุทธ์คือ รีบคืนความชอบธรรมให้ผู้บริหารท้องถิ่นที่ผลสอบพ้นมลทิน ไม่มีความผิดตามมาตรา 44 ในเร็ววัน เพื่อที่จะได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุข และคืนความสุขให้ประชาชนต่อเนื่องตามนโยบาย คสช.

