หน้าแรก ภูมิภาค ไฟไหม้ป่านราธ...

ไฟไหม้ป่านราธิวาสยังน่าห่วง เร่งระดมสกัด หวั่นลุกลามถึงบ้านเรือนปชช.

13.05.16 | 13:21 น.

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีไฟไหม้ป่าพื้นที่ทำกินของชาวบ้านลุกลามเข้าพื้นที่ป่าสงวนลุ่มน้ำบางนราแปลงที่ 2 และได้ขยายวงกว้างเข้าพื้นที่ป่าพรุโต๊ะแดง ในเขตรอยต่อระหว่าง อ.สุไหงปาดี กับ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค. ที่ผ่านมานั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถควบคุมต้นเพลิงที่คุกรุ่นอยู่ในชั้นใต้ดินให้อยู่ในวงจำกัดได้ โดยเฉพาะพื้นที่บ้านบาโงซรายอ ม.1 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโกลก ที่นายเถกิงศักดิ์ ยกศิริ รอง ผวจ.นราธิวาส พล.ต.เอกรัตน์ ช้างแก้ว ผบ.ฉก.นราธิวาส และนายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโกลก ต้องมีการประชุมปรับแผนการทำงานแบบวันต่อวัน เนื่องจากจุดไฟไหม้ป่าบ้านบาโงซรายอ มีลักษณะไฟไหม้ป่าแบบตัวแอล และมีต้นเพลิงอยู่จำนวน 2 จุดใหญ่

คือ ด้านทิศเหนือของหมู่บ้าน และด้านทิศใต้ของมัสยิดบ้านบาโงซรายอ ที่มีบ้านเรือนประชาชน ประมาณ 50 ครัวเรือนอาศัยอยู่ และต้นเพลิงที่คุกรุ่นชั้นใต้ดินกำลังลุกลาม ห่างจากบ้านของประชาชนเพียง 50 เมตรเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงได้ระดมรถดับเพลิงจากพื้นที่ อ.ใกล้เคียง และถอนรถดับเพลิงจากจุดต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไฟไหม้ป่าให้อยู่ในวงจำกัด มาเร่งฉีดน้ำดับไฟที่บริเวณด้านหลังมัสยิดบ้านบาโงซรา ม.1 ต.ปาเสมัส เพื่อสกัดกั้นต้นเพลิงไม่ให้ลุกลามสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในขณะดังกล่าว และจากการสรุปความเสียหายของผืนป่าที่ถูกไฟไหม้บริเวณบ้านบาโงซรายอ จุดนี้จุดเดียว ประมาณ 1,550 ไร่

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่สาธาณสุข อ.สุไหงโกลก ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 36 ได้ลงพื้นที่ทำการแจกหน้ากากอนามัยให้กับประชาชน ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากหมอกควันไฟไหม้ป่าที่แพร่ปกคลุมหมู่บ้านบาโงซรายอ แถมยังส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง พร้อมประชาสัมพันธ์แนะนำถึงวิธีหลีกเลี่ยงการสูดดมควันไฟ และหากไม่มีกิจธุระจำเป็นก็ให้ปิดประตูหน้าต่างอาศัยอยู่ในบ้านพัก แต่ถึงอย่างไรก็ตามกรมควบคุมมลพิษได้ทำการตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเคลื่อนที่ ณ จุดตรวจเทศบาลเมืองสุไหงโกลกในช่วงคืนที่ผ่านมา มีค่าเฉลี่ยฝุ่นละออง 57.41 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลาง ยังไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในขณะนี้