ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม เวลา 11.00 น. ร.ต.อ.ชูศักดิ์ รัตนพันธ์ รอง สวป.สภ.เมืองนครราชสีมา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีพระสงฆ์ 1 รูป เร่ร่อนมาปักกลดอยู่ใต้ร่มไทร ข้างที่รกร้าง บริเวณ 5 แยกหัวรถไฟ ภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา โดยมีลูกศิษย์ที่อาศัยอยู่ด้วย 3 คน ซึ่งพระสงฆ์รูปนี้มีพฤติกรรมชอบนั่งรถเข็นไปเรี่ยไรเงิน ในตลาดสดหัวรถไฟ และตอนเย็นมีผู้พบเห็นว่าพระรูปนี้กับลูกศิษย์นั่งดื่มสุราเมาส่งเสียงดัง เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบพระสงฆ์รูปนี้กับลูกศิษย์กำลังนั่งพักผ่อนอยู่ใต้ร่มไทร จึงได้ขอดูใบสุทธิเพื่อยืนยันต้นสังกัด ทราบชื่อตามใบสุทธิคือพระนเรนทร ทองเนื้อขาว อายุ 64 ปี พรรษา 5 อยู่วัดวังโพรง ต.ไทรย้อย อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ซึ่งมีลักษณะพิการ ขาซ้ายเป็นอัมพฤกษ์ ขณะที่ลูกศิษย์ 3 คน ประกอบไปด้วย นายจิรนันท์ ไวจันทร์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 ม.4 ต.ท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ, นายธีระ ทับแสง อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 132 หมู่ 10 ต.คริ้มใหญ่ อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ และนายสมคิด พันธะลิ อายุ 39 ปี ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน แต่อ้างว่าเป็นชาว ต.ห้วยโป่ง อ.มาบตาพุด จ.ระยอง
จากการสอบถามพระนเรนทร บอกว่า ได้ออกจากวัดวังโพรง และเดินทางไปจำวัดตามสถานที่ต่างๆ เรื่อยๆ ไม่มีวัดอยู่เป็นหลักแหล่ง จนมีคนเร่ร่อนมาเป็นลูกศิษย์ ช่วยกันเข็นรถไปเรี่ยไรเงินตามตลาดสดหลายแห่ง ทั้งนี้อ้างว่าสาเหตุที่ไม่ยอมอาศัยอยู่ในวัด เนื่องจากตนเป็นพระพิการ มีแต่คนรังเกียจ พระในวัดก็รังเกียจ จะไปอาศัยอยู่ในวัดใดก็ไม่มีใครรับ จึงต้องออกมาอยู่ข้างนอกเพื่อหาบิณฑบาตเลี้ยงชีพเอง
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เชิญให้พระรูปนี้เข้าไปจำวัดในวัดใกล้เคียง แต่ทำอย่างไรพระนเรนทรก็ไม่ยอมไปอยู่วัด ยังยืนยันว่าจะใช้ชีวิตเร่ร่อนเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เชิญให้ออกไปจากพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อไม่ให้สังคมมองว่าเป็นพระเร่ร่อน มั่วสุม จนสร้างความเสื่อมเสียให้พระพุทธศาสนา ทั้งหมดจึงเหมารถสามล้อเครื่องไปขึ้นรถไฟเดินทางไปจังหวัดอื่นต่อ ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถามที่วัดวังโพรง ได้รับการยืนยันว่าพระรูปนี้มีต้นสังกัดอยู่ในวัดวังโพรงจริง แต่ได้หนีออกจากวัดไปนานหลายปีแล้ว โดยที่ไม่ได้ติดต่อมาที่วัดแต่อย่างใด ซึ่งทางวัดคิดว่าอาจจะลาสิกขาไปแล้ว (สึก) พอมาทราบอีกทีก็มีข่าวไปเร่ร่อนเรี่ยไรเงินครั้งนี้ ซึ่งจะได้แจ้งให้เจ้าคณะอำเภอเนินมะปราง เพื่อดำเนินการลงโทษทางวินัย หรือให้พ้นสภาพจากความเป็นพระสงฆ์ต่อไป.

