วันที่ 14 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ จ.ภูเก็ต เกี่ยวกับสถานการณ์ทางทะเลของจังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน ได้แก่ ภูเก็ต พังงา และกระบี่ ว่า ปัจจุบันมีภาวะที่เสี่ยงอยู่ 2-3 ประการ ได้แก่ สถานการณ์ปะการังฟอกขาว เนื่องจากปัจจุบันอุณหภูมิน้ำทะเลร้อนเกินจุดวิกฤต และเริ่มพบปะการังฟอกขาวตามพื้นที่ต่างๆ แล้วหลายจุด แต่ยังไม่รุนแรงจนถึงขีดสุด แต่มีความเป็นห่วงว่าในช่วง 7-10 วันข้างหน้าอาจจะเกิดภาวะฟอกขาวมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ และจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสมบูรณ์ของทะเลรวมถึงการท่องเที่ยว โดยถือเป็นครั้งแรกที่เราเตรียมการในการรับมือต่างจากในปี 2553 ซึ่งปะการังเกิดภาวะฟอกขาวเกือบหมดแล้วเราจึงปิดเกาะ แต่ครั้งนี้ได้มีการปิดเกาะตั้งแต่เริ่มต้น เช่น เกาะยูง เป็นต้น เพื่อรักษาแหล่งพ่อแม่พันธุ์ และขณะนี้ก็ได้มีการเสนอกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งก็จะเสนออีกหลายจุดที่จะพิจารณาเรียบร้อยแล้วเป็นแหล่งพ่อแม่พันธุ์ในการดูแลรักษาไว้ เช่น อ่าวมาหยา เป็นต้น

“สถานการณ์ต่อมาที่เป็นกังวลค่อนข้างมาก คือ ปัญหาน้ำเสีย เพราะเป็นตัวการสำคัญ เพราะการที่ปะการังฟอกขาวจะฟื้นตัวหรือไม่ก็อยู่กับสภาพของน้ำทะเล ซึ่งได้เรียนปัญหาดังกล่าวให้กับรัฐมนตรีฯ ทราบแล้วยกตัวอย่างกรณีเกาะพีพี จ.กระบี่ แม้ว่าบนเกาะจะมีโรงบำบัดน้ำเสีย แต่ยังไม่มีขีดความสามารถที่จะรองรับปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้นทั้งเกาะ โดยรองรับได้เพียง 16% ซึ่งในการจัดทำระบบน้ำเสียนั้นจะต้องใช้งบประมาณค่อนข้างมาก และจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกลางในการลงทุนครั้งแรก ในขณะที่การบริหารจัดการหลังจากได้ระบบมาแล้วทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถที่จะบริหารงานต่อไป” ผศ.ดร.ธรณ์ กล่าว

ผศ.ดร.ธรณ์ กล่าวย้ำว่า เรื่องที่เป็นกังวลมากที่สุด คือปัญหาน้ำเสีย ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่ภูเก็ต พังงา กระบี่ เกาะพีพี เกาะลันตา เกาะสมุย หรือเกาะเสม็ด ซึ่งพบปัญหาเหมือนกันหมด และเรายังไม่สามารถแก้ไขได้ เนื่องจากต้องใช้งบประมาณค่อนข้างมากในการเข้ามาดูแล และภาครัฐจะต้องให้ความสนใจเข้ามาจัดการอย่างจริงจัง ยกระดับการแก้ปัญหาดังกล่าวทั้งประเทศ หรืออาจจะเริ่มในส่วนของทะเลก่อนก็ได้จะช่วยได้มาก ส่วนเรื่องกรณีนักท่องเที่ยวเหยียบปะการังหรือจับสัตว์น้ำมาเล่นนั้นเป็นเรื่องที่สามารถแก้ได้โดยไม่ต้องใช้งบประมาณมาก เพียงแต่ต้องใช้เวลาในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง
