หน้าแรก ภูมิภาค กรมทางหลวงนำแ...

กรมทางหลวงนำแปลนอุโมงค์ต้นไม้แบบใหม่หารือพ่อเมืองเพชรบูรณ์ จ่อเปิดเวทีรับความคิดเห็น

14.05.16 | 12:35 น.

วันที่ 14 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีอุโมงค์ต้นไม้บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 12 (หล่มสัก-ชุมแพ) ซึ่งถูกตัดโค่นเพื่อเตรียมขยายถนน 4 ช่องจราจร รองรับโครงการเชื่อมต่อถนนระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor) กระทั่งถูกกระแสคัดค้านจากชาวโซเชียลมีเดียและกลุ่มเอ็นจีโอ จนรมว.คมนาคมสั่งการให้ปรับแนวถนนใหม่ ล่าสุดนายพงศ์พันธ์ คงสมบูรณ์ ผู้อำนวยการแขวงการทางเพชรบูรณ์ที่ 1 นำทีมวิศวกรออกแบบกรมทางหลวง เข้าพบนายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อนำแบบแปลนการออกแบบแนวถนนทางหลวงหมายเลข 21 (สระบุรี-หล่มสัก) บริเวณอุโมงค์ต้นไม้ ตั้งแต่ช่วงสี่แยกอนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมืองถึงศูนย์สร้างทางหล่มสัก ระยะทางราว 10 กิโลเมตรใหม่ ซึ่งเก็บอุโมงค์ต้นไม้ไว้เข้าหารือพร้อมขอรับคำชี้แนะเพิ่มเติม

201605141205341-20021028190322

ทีมวิศวกรชี้แจงว่า แบบแปลนใหม่จะคงถนนสองช่องจราจรเส้นเดิมไว้ และจะก่อสร้างถนนคู่ขนานอีกสองช่องจราจรขึ้นมาใหม่ โดยการก่อสร้างจะไม่ไปแตะต้องอุโมงค์ต้นไม้ ซึ่งนายบัณฑิตย์ได้ให้ข้อแนะนำเพิ่มเติม โดยขอให้มีการชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งผู้ที่ให้ความสนใจและกลุ่มเอ็นจีโอ ขณะเดียวกันยังให้ความห่วงใยในเรื่องความปลอดภัยสำหรับจุดเลี้ยวกลับรถ การจำกัดความเร็วรถขณะขับขี่เข้าช่วงอุโมงค์ต้นไม้ รวมทั้งให้มีการเปิดช่องระบายน้ำตามแนวถนนดังกล่าวให้พอเพียง เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้เป็นแอ่งรับน้ำที่เอ่อทะลักมาจากแม่น้ำป่าสัก และน้ำที่ไหลหลากมาจากเขตพื้นที่เทศบาลเมืองหล่มสักและข้างเคียง

201605141205342-20021028190322

หลังจากนายพงษ์พันธ์รับข้อแนะนำดังกล่าวได้ชี้แจงว่า ในวันที่ 26 พฤษภาคมจะมีการเปิดเวทีประชาสัมพันธ์ชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ และยังเตรียมเชิญผู้คัดค้านรวมทั้งนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนเข้าร่วมเวทีดังกล่าวด้วย ส่วนเรื่องเงินประมูลที่ต้องคืนให้ทางผู้รับเหมานั้นขณะนี้กำลังหารือไปยังส่วนกลาง เพราะเงินก้อนนี้ส่งเข้าเป็นเงินงบประมาณแผ่นดินแล้ว การขอกลับคืนจะต้องทำอย่างไรเพราะเพิ่งเคยเจอกรณีนี้เป็นครั้งแรก จึงต้องมีเหตุผลอ้างอิงเนื่องจากขั้นตอนการประมูลทำถูกต้องตามระเบียบทุกอย่าง ขณะนี้ทำเรื่องปรึกษาหารือเข้าไปยังส่วนกลางและอยู่ระหว่างรอตอบกลับมา ในส่วนที่ผู้รับเหมาซึ่งตัดต้นไม้ไปแล้วบางส่วนก็จำเป็นต้องหักเงินในส่วนนี้ออกเช่นกัน

Advertisement

“ส่วนกรณีสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนประกาศแจ้งจะซื้อคืนต้นไม้ที่เหลือนั้นตรงนี้คงเป็นเรื่องของเอกชน ซึ่งเป็นคนละส่วนกับทางเรา เนื่องจากเป็นส่วนราชการจึงต้องยึดหลักกฎหมายเป็นแนวปฏิบัติ ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องทำไปตามระบบและขั้นตอนของกฎหมาย” นายพงษ์พันธ์กล่าว