รวบคนร้ายมือยิงว่าที่เจ้าบ่าวเสียชีวิตได้แล้ว

จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงนายธนวัฒน์ เผียงสูงเนิน อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 126 หมู่ 14 ต.เสมา อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ว่าที่เจ้าบ่าวซึ่งกำลังจะเข้าพิธีสมรสกับแฟนสาวในเดือนมกราคม 2562 โดยเหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 29 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา โดย พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผบก.ภ.นครราชสีมา ได้สั่งการให้ตำรวจ สภ.สูงเนิน ท้องที่เกิดเหตุร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธรนครราชสีมาเร่งสืบสวนติดตามจับกุมตัวคนร้าย พร้อมทั้งตรวจสอบหลักฐานคราบเขม่าดินปืนและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด จนทราบว่าคนร้ายคือนายอุไร คอยสูงเนิน อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ 2 บ้านแก่นท้าว ต.เสมา อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน และหลังก่อเหตุได้หลบหนีไป

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สูงเนิน สามารถจับกุมตัวนายอุไร คอยสูงเนิน คนร้ายที่ก่อเหตุได้แล้ว และนำตัวมาสอบปากคำที่ สภ.สูงเนิน เบื้องต้นคนร้ายปฏิเสธและไม่ยอมรับสารภาพ ทั้งนี้ พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ยืนยันว่าตำรวจมีพยานหลักฐานและพยานบุคคลชัดเจนสามารถดำเนินคดีกับนายอุไรได้อย่างแน่นอน

ซึ่งจากการสอบถามเพื่อนของผู้ตาย ได้เล่าว่า ผู้ตายและนายอุไรได้เคยมีปัญหากันจริง และเคยทะเลาะวิวาทถึงขั้นชกต่อยกันมาแล้ว 1 ครั้ง วันเกิดเหตุผู้ตายและนายอุไรได้ไปเที่ยวงานประจำปีฉลองหลวงพ่อโสธรนครเสมา ที่วัดบ้านเหมือดแอ ต.เสมา ทั้งคู่น่าจะดื่มสุราในปริมาณมากและเขม่นกันในงานดังกล่าว หลังกลับจากวัดผู้ตายได้บอกกับเพื่อนว่าจะเข้าไปเอาเงินที่บ้าน และหายเงียบไปนาน ในขณะเดียวกันก็มีคนเห็นนายอุไรขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีออกจากบ้านผู้ตายก่อนจะมีคนมาพบว่านายธนวัฒน์ถูกยิงเสียชีวิตแล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบหลักฐานและพยานแวดล้อมทั้งหมด ต่างบ่งชี้ว่านายอุไรคือผู้ก่อเหตุ โดยจะทำการแจ้งข้อหามีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนและพกพาอาวุธปืนเข้าไปในเมือง หมู่บ้านหรือที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร ยิงปืนโดยใช่เหตุในหมู่บ้านหรือชุมชนอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา 289(4), 371, 376 และพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 มาตรา 4, 7, 72\(มาตรา 72) แก้ไขเพิ่มเติม โดยมาตรา 7 (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2522 (มาตรา 8 ทวิ) และมาตรา 72 ทวิ พร้อมกับควบคุมตัวไปดำเนินคดีต่อไป

บทความก่อนหน้านี้“หญิงหน่อย”ยันหลักประกันสุขภาพ แยกคนจนออกไม่ได้ หวั่นเกิดสองมาตรฐาน
บทความถัดไป“ธนาธร” ปลุกกระจายอำนาจ ท้องถิ่นมีส่วนช่วยจัดการด้านสาธารณสุข-ดูแลสุขภาพคนไทย