พี่สาวพาน้องชาย ให้ข้อมูล มีนายหน้าติดต่อให้รับจ้างติดคุก แลกเงิน 3 หมื่น

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 11 กุมภาพันธ์  ผู้สื่อข่าวได้เข้าพบ พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ อัครฮาต รอง ผกก.สวนสวน สภ.ศรีบุญเรือง และ ร.ต.อ.พิเชฐพงษ์ ราชบัวโคตร ร้อยเวรเจ้าของคดี ที่มีผู้ต้องหาขับรถบรรทุกอ้อยน้ำหนักเกินเข้ามอบตัว และทำการสอบสวน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2562 ที่ผ่านมาทาง เจ้าหน้าที่ทางหลวง ได้มาตรวจจับรถบรรทุกพ่วง หนักเกินได้ 5 พ่วง ซึ่งมี 4 พ่วง จับได้พร้อมผู้ขับขี่ควบคุมรถ มี 1 พ่วง ที่คนขับรถจอดและดับเครื่องวิ่งหนีเจ้าหน้าที่จึงบันทึกจับกุมและยึดรถไว้ ผ่านมา 2 วัน ตัวแทนบริษัทรถพ่วงดังกล่าวโทรมาว่าจะให้โชเฟอร์รถที่ขับคันดังกล่าวมามอบตัว

จากนั้นก็มี นายอำคา ดงพงส์ มาแสดงตัวรับว่าขับรถคันดังกล่าวและขอมอบตัว กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้รับตัวและสอบสวนจนแล้วเสร็จและไม่ได้ให้ใช้หลักทรัพย์ประกันตัวเนื่องจากเห็นว่ามอบตัวเอง ซึ่งช่วงการสอบสวนได้สอบถามผู้ต้องหาว่าขับรถเป็นหรือไม่ ก็ได้รับคำตอบว่าขับรถเป็นและและไม่มีใบขับขี่ หลังจากการสอบสวนเสร็จก็เห็นว่าผู้ต้องหามามอบตัวเอง จึงไม่ได้ให้ประกันตัว และได้นัดให้ไปฟังคำฟ้องต่อศาลในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562

ทั้งนี้จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่า ผู้ต้องหาทีมามอบตัวนั้น ไม่ใช่เป็นผู้ต้องหาที่ขับรถบรรทุกอ้อยน้ำหนักเกิน โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่า ขอรวบรวมหลักฐานก่อนว่าเชื่อมโยงไปถึงใครบ้าง และจะดำเนินการอย่างไร ต่อไปยังไง  ซึ่งทราบว่า มีนายหน้าที่เป็นหญิง เจ้าของร้านชำในหมู่บ้าน และ บริษัทเจ้าของรถที่นำคนอื่นมามอบตัวมีความผิดสถานใดหรือไม่   ทั้งนี้ในวันก่อนมามอบตัวได้มีผู้ที่ได้รับมอบจากทางบริษัทรถ โทรมาแจ้งว่าคนขับรถบรรทุกอ้อยคันดังกล่าวจะมาพบพนักงานสอบสวน เหตุที่วันนั้นทิ้งรถหนีเนื่องจากตกใจ และในวันนี้ ทางตำรวจแจ้งว่าต้อง ขอรอการสอบสวนรายละเอียดก่อน ตอนนี้ทำได้อย่างเดียวคือ ขอยกเลิกการผลัดฟ้อง นายนายอำคา ดงพงศ์ ต่อศาลจังหวัดหนองบัวลำภูในวันพรุ่งนี้(12 ก.พ.)

ส่วนนางบุญเมือง นาชัยเวช พี่สาว นายอำคา ได้เดินทางมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำ นางบุญเมืองเล่าว่า เมื่อวันที่ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา นายหน้า นาง อ. นามสมมติ ซึ่งเป็นนายหน้าคนดังกล่าวและเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน ได้มาอาละวาดด่าทอตนและน้องชายโดยกล่าวว่า ตนสร้างความเดือดร้อนให้กับ นาง อ.จนนาง อ.ถูกนายตำรวจคนหนึ่งโทรศัพท์มาต่อว่า จากกรณีที่ตนออกมาร้องขอความช่วยเหลือ นอกจากนั้นนางอ.ยังขู่ว่า น้องชายของตนจะต้องติดคุกและชดใช้เงินเพราะไม่ทำตามสัญญาที่ได้ลงชื่อกันไว้แล้วกรณีรับสมอ้างขับรถพ่วง น้ำหนักเกิน ซึ่งนางบุญเมืองก็โต้เถียงว่าถ้าน้องชายจะติดคุกติดตะรางก็ยอม นอกจากนั้นนายหน้ารายดังกล่าวยังได้บอกว่า ได้รับเงินมาจากผู้ว่าจ้างแล้ว 20,000 บาท และจะจ่ายให้ เมื่อวันที่ผู้ต้องหาไปขึ้นศาล โดยจะให้โอนเข้าบัญชี

นอกจากนั้น นางบุญเมือง  ยังกล่าวถึงน้องชายว่าโดยปกติเป็นคนชอบดื่มเหล้า ไม่ค่อยทำงาน ใครพูดอะไรก็เชื่อ และเมื่อเด็กเคยติดสารระเหยจนสติไม่ค่อยดีตั้งแต่เด็กจนเป็นหนุ่มพ่อแม่และ ตนนำไปบำบัดจนเลิกสารระเหยแต่สติก็ไม่เต็มร้อยหมอให้ยามาก็ไม่ทาน ต่อมาก็กลับมาดื่มสุราแทนมีเงินเท่าไหร่ก็ดื่มจนหมดไม่เคยมีครอบครัวจน เมื่อถูกชักชวนก็คล้อยตามตกปากรับคำไปกว่าตนจะรู้ก็ผ่านมาหลายวันจึงได้ไปร้องขอความช่วยเหลือดังกล่าว

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 นางบุญเมือง  เข้าร้องขอความช่วยเหลือ ร.อ.จีระศักดิ์ สำราญพัฒน์ ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยหนองบัวลำภู ว่าน้องชายคือนายอำคา ดงพงศ์ อายุ 40 ปี อยู่ที่ 61 หมู่ที่ 2 ตำบลป่าไม้งาม อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู ได้มีนายหน้าเปิดร้านขายของชําในหมู่บ้าน มาชักชวนให้ไปรับจ้างเป็นผู้ต้องหาติดคุกแทน ในคดีขับรถอ้อยบรรทุกเกินกว่ากฎหมายกำหนด โดยตกลงจะให้เงินเป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท หักค่านายหน้า 3,000 บาท จะเหลือ 27,000 บาท ตนพึ่งทราบเรื่องและไม่อยากให้น้องชายติดคุก จึงได้เดินทางเข้ามาแจ้งเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดหนองบัวลำภู

บทความก่อนหน้านี้ลูกชาย ‘ออฟ พงษ์พัฒน์’ ติดทีมชาติไปแข่งรักบี้7คนที่มาเลเซีย
บทความถัดไปนาทีชีวิต! เด็ก 4 ขวบตกตึก เดชะบุญ พยาบาลช่วยชีวิตไว้ได้ (มีคลิป)