จนท.อึ้ง! เร่งช่วย ด.ญ.15 หลังโดนจับคดียาบ้า พบตั้งท้อง 5 เดือน อยู่บ้านหลังเดียวอัดกัน 22 คน

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ ประธานกรรมการสงเคราะห์จังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนพร้อมด้วยนายชูเกียรติ ทาวุฒิ รักษาการผู้อำนวยการสถานพินิจเด็กและเยาวชนจังหวัดศรีสะเกษ และ น.ส.ยุณีรัตน์ บุญราช พนักงานคุมประพฤติปฏิบัติการ ได้เดินทางไปที่บ้านหนองโน ต.น้ำคำ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เพื่อหาแนวทางให้ความช่วยเหลือเด็กในเบื้องต้นและตรวจดูสภาพครอบครัวของเด็กหญิงแดง (นามสมมุติ) ที่ถูกจับคดียาบ้าและถูกส่งตัวมาที่สถานพินิจเด็กและเยาวชนศรีสะเกษเพื่อทำการสอบสวน และอยู่ในระหว่างควบคุมตัวเตรียมส่งศาล

เมื่อไปถึงได้เห็นสภาพบ้านของเด็กหญิงแดงที่อาศัยอยู่เป็นบ้านชั้นเดียว สภาพแออัดมากเพราะในบ้านมีคนอาศัยอยู่มากถึงจำนวน 22 คน ไม่มีห้อง เป็นเหมือนกล่องสี่เหลี่ยม พื้นบ้านเป็นดิน บางส่วนมีผ้าห่มปูพื้น แต่ไม่มีเสื่อ ทุกคนนอนบนพื้นเรียงกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ สอบถามได้ความว่า บ้านนี้มียายที่มีหน้าที่เลี้ยงหลานในบ้าน แต่ยายติดเชื้อเอชไอวี มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ได้วันละ 250 บาท ยายต้องดูแลเด็กทั้งหมดที่เป็นลูกของลูกสาวที่ครอบครัวแตกแยกแล้วนำลูกมาให้เลี้ยง ยายคนนี้มีลูก 7 คน ลูกสาว 4 คน และชาย 3 คน ลูกสาวคนโตและลูกเขยถูกจับคดียาบ้า ยังไม่ออกจากคุก

ดร.กัลยาณีกล่าวว่า หลังจากได้ทราบข้อเท็จจริงแล้ว จึงได้เชิญผู้ใหญ่บ้านหนองโนมาร่วมกันเพื่อหาวิธีช่วยเหลือและแก้ไขครอบครัวของเด็กในหมู่บ้าน เนื่องจากได้สอบถามเด็กหญิงแดงที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่สถานพินิจฯ ได้ความว่า อายุเพียง 15 ปี เรียนไม่จบ อาศัยอยู่กับแฟนและถูกจับคดียาบ้าโดยไม่รู้ตัวว่าตั้งท้องได้ 5 เดือนแล้ว ซึ่งเด็กหญิงแดงบอกว่ารายได้ดีมาก ขายยาบ้า 50 เม็ด ได้เงิน 5,000 บาท ได้ค่าจ้าง 1,000 บาท ทำมานานแล้ว ที่ถูกจับเพราะมีคนมาล่อซื้อ เป็นรุ่นพี่ที่รู้จักอยู่บ้านใหม่ รุ่นพี่คนนี้เป็นคนที่เคยโดนจับคดียาบ้ามาก่อน แต่ขณะนี้ไปเป็นสายให้ตำรวจและชี้เบาะแสให้ตำรวจมาจับ

“ส่วนการพิจารณาให้ความช่วยเหลือครอบครัวเด็กหญิงแดง ซึ่งมียายเป็นหัวหน้าครอบครัว ได้ถามว่า ในบ้านที่มีเด็กมากมาย อายุตั้งแต่ 2-6 ขวบ มีการแจ้งเกิดหรือไม่ ให้ไปขอนมจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อมาจุนเจือครอบครัวก่อน ลำพังการหาเงินเลี้ยงครอบครัวของยายจะไม่เพียงพอแน่นอน และจะเป็นช่องทางทำให้ลูกหลานต้องไปขายยาบ้า และตนได้ให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น โดยมอบเงินจำนวนหนึ่งให้เจ้าหน้าที่ไปซื้อนมมาบำรุงครรภ์ของเด็กหญิงแดง ซึ่งไม่ทราบว่าได้เสพยาบ้าไปเท่าไหร่ ในเมื่อมีเด็กในครรภ์ก็ต้องดูแลเด็กให้แข็งแรงก่อน ดูสภาพสิ่งแวดล้อมน่าเป็นห่วงมาก เพราะแวดวงมีแต่คนที่คิดจะขายยาบ้าเพราะหาเงินได้ง่าย จึงได้ขอให้เด็กหญิงแดงได้เรียนและฝึกอาชีพ เพื่อจะได้มีงานทำเลี้ยงดูลูกได้ อยากฝากทุกหน่วยงานให้ช่วยกันดูแลสังคมด้วย ขณะนี้เรื่องยาบ้ามากขึ้นในหลายชุมชน จึงต้องช่วยกันกวดขันเรื่องการค้ายาบ้าเพื่อไม่ให้เพิ่มมากขึ้น”

ด้านนายชูเกียรติกล่าวว่า เมื่อเด็กหญิงแดงถูกนำตัวจับยังสถานพินิจฯ เด็กยังไม่รู้ว่าตัวเองตั้งท้อง เธอบอกเจ้าหน้าที่ว่ามีอาการเหมือนเสียงท้องร้องเพราะหิวข้าว เจ้าหน้าที่สถานพินิจฯจึงพาไปให้หมอตรวจดู หมอถามว่าประจำเดือนหมดเมื่อไหร่ ก็ตอบไม่ได้ หมอได้ทำการอัลตราซาวด์ดูเห็นว่าท้องได้ประมาณ 5 เดือนแล้ว จึงได้ขอให้ประธานกรรมการสงเคราะห์ช่วยเหลือในเบื้องต้น เพื่อเป็นการบำบัดฟื้นฟูผู้กระทำผิดต่อไป

บทความก่อนหน้านี้วอน นทท.ไทย ‘หยุดราดน้ำแดงบนหิมะ’ หลัง จนท.ญี่ปุ่นออกโรงเตือน ครวญ อย่าให้คนไทยคนอื่นต้องอายด้วยเรื่องนี้
บทความถัดไป“กสอ.”ผนึก”ไอเอสเอ็มอีดี”ดัน 10 เอสเอ็มอีไทยทะยานสู่ระดับโลก ใน 3 ปี