วันที่ 14 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอภิญญา เอี่ยมอำภา นายอำเภอหนองปรือ จ.กาญจนบุรี ได้สั่งการให้นายวิระดี สายสกล ปลัดอำเภอหนองปรือ ลงพื้นที่พร้อมผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อเร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนพร้อมทั้งสำรวจความเสียหายจากพายุฝนฟ้าคะนองและเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่บ้านหนองปลาไหล หมู่ 4 และหมู่ 6 ตำบลหนองปรือ อำเภอหนองปรือ พบร่องรอยความเสียหายจากน้ำป่าที่ไหลบ่าลงมาจากภูเขามุสิเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนประมาณ 300 หลังคาเรือน ภายหลังจากเมื่อช่วงประมาณเที่ยงคืน ได้เกิดเหตุพายุฝนฟ้าคะนองอย่างรุนแรง โดยฝนได้ตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องนาน 3 ชั่วโมง
กระทั่งเวลาประมาณ 03.00 น. ได้มีน้ำป่าไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนทั้ง 2 หมู่บ้าน อย่างรวดเร็ว ระดับน้ำสูงประมาณ 1 เมตร และบางจุดสูงเกือบ 2 เมตร ทำให้ชาวบ้านเตรียมตัวไม่ทัน ข้าวของและทรัพย์สินจมน้ำเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยชาวบ้านได้พากันหนีอพยพออกจากบ้านที่ถูกน้ำท่วมไปอาศัยพักค้างแรมที่วัดหนองปลาไหลเป็นการชั่วคราว เนื่องจากวัดตั้งอยู่บนพื้นที่สูง น้ำท่วมไม่ถึง

รายงานระบุว่า ภายหลังจากระดับน้ำลดลงเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาชาวบ้านต่างพากันกลับเข้าบ้านเพื่อสำรวจความเสียหาย และเร่งล้างทำความสะอาด โดยพบว่าทรัพย์สินภายในบ้านได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ส่วนสัตว์เลี้ยง เช่น ไก่ สุนัข โดยเฉพาะเป็ดได้หายไปกับกระแสน้ำเป็นจำนวนมากเช่นกัน ส่วนที่เหลือต่างอยู่ในอาการตกใจยืนตัวสั่นให้เห็นอย่างชัดเจน ขณะที่พืชไร่ได้ถูกกระแสน้ำพัดล้มราบเป็นหน้ากลอง รวมทั้งยานพาหนะที่เคลื่อนย้ายออกมาไม่ทันก็จมน้ำเสียหาย และยังมีชาวบ้านที่ตั้งศพสวดพระอภิธรรม ต้องช่วยกันยกโลงศพหนีน้ำกันอย่างอลหม่านในช่วงวินาทีที่น้ำป่าไหลบ่าเข้าท่วม ทำให้เก้าอี้ โอ่งน้ำ ถังเก็บน้ำขนาดใหญ่ 1,000 ลิตร ได้ถูกกระแสน้ำพัดพาจากตามบ้านเรือนลอยหายไปจำนวนมากเช่นกัน ส่วนที่เหลือก็ถูกตั้งวางอยู่กลางถนนหลวง โดยขณะเกิดเหตุทางลูกข่ายมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ จุดบ้านหนองปลาไหล ได้รับแจ้งเหตุให้ออกไปช่วยผู้สูงอายุออกมาจากพื้นที่น้ำท่วมได้ปลอดภัย แต่บ้านตนเองกลับถูกกระน้ำท่วมจนสิ่งของภายในบ้านเสียหายจนหมด โดยโชคดีที่พายุฟ้าคะนองน้ำป่าไหลบ่าท่วมในครั้งนี้ไม่มีผู้ใดบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ชาวบ้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ที่ผ่านมาไม่เคยปรากฏว่ามีพายุฝนฟ้าคะนองและมีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่สูงขนาดนี้ ซึ่งในพื้นที่มีสภาพอากาศแห้งแล้งมานาน และเพิ่งจะมาเกิดพายุฝนฟ้าคะนองอย่างรุนแรงและน่ากลัวมากที่สุดในรอบ 30 ปี ขณะที่ทางอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยในเบื้องต้นเป็นการเร่งด่วนแล้ว โดยให้ชาวบ้านที่ได้รับความเสียหายแต่ละครัวเรือนแจ้งผ่านกำนันผู้ใหญ่บ้านไปยังอำเภอเพื่อดำเนินการเสนอหน่วยงานเกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือต่อไป

