หน้าแรก ภูมิภาค สาธารณสุขโครา...

สาธารณสุขโคราชตรวจสอบ ‘ลาวาโคลน’ ย้ำชาวบ้านอย่าใช้พอกตัวรักษาโรค เสี่ยงฉี่หนู!

13.02.19 | 14:56 น.

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ว่าที่ร้อยตรี นิรันดร์ ดุจจานุทัศน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลอำเภอบ้านเหลื่อม ลงพื้นที่ตรวจสอบลาวาโคลน หรือ โคลนผุด ที่บ้านหนองกุงน้อย หมูที่ 10 ตำบลโคกกระเบื้อง อำเภอบ้านเหลื่อม จังหวัดนครราชสีมา เพื่อตรวจสอบลาวาโคลน หรือโคลนผุด หลังจาก ชาวบ้านได้นำดินโคลน จากจุดที่พบลาวาโคลน ไปพอกตัว พอกใบหน้า เพื่อรักษาโรคปวดเมื่อย ต่างๆ โดยมีชาวบ้านบางคน ได้นำเอานำจากพื้นที่ ที่มีโคลนผุด นำไปดื่มกิน เพื่อรักษาโรค โดยมีความเชื่อว่า เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ สามารถรักษาโรคได้ จนมีชาวบ้าน ทั้งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดต่างๆ ในพื้นที่ภาคอีสานเดินทางมานำโคลนไปเป็นจำนวนมาก ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ต้องลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ถึงอันตรายของลาวาโคลน หรือ ดินโคลน โดยไม่สามารถนำไปใช้ดื่มหรือใช้พอกหน้าได้ เนื่องจากเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคฉี่หนู โดยได้ให้เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่าง น้ำ ดินโคลน ไปตรวจสอบที่สำนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ นครราชสีมา เพื่อตรวจสอบสารปนเปื้อน เพื่อให้ทราบผลที่ชัดเจนต่อไป โดยในช่วงที่ระหว่างรอฟังผล ได้แจ้งเตือนให้ชาวบ้าน อย่านำดินโคลน หรือ น้ำ ไปดื่มกิน เพราะอาจจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค จากสารปนเปื้อนในดินได้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครักษาดินแดนอำเภอบ้านเหลื่อม จังหวัดนครราชสีมา ได้ลงพื้นที่นำป้าย ที่มีข้อความว่า “โคลนลาวามีความเป็นกรดด่างสูงอันตราย ห้ามดื่มกิน ห้ามพอกหน้า ห้ามทาตัว” มาติดไว้บริเวณจุดที่พบลาวาโคลน บ้านหนองกุงน้อย หมู่ที่ 10 ตำบลโคกกระเบื้อง อำเภอบ้านเหลื่อม จังหวัดนครราชสีมา เพื่อแจ้งเตือนชาวบ้าน หลังจากได้มีชาวบ้านนำลาวาโคลนไปพอกตัว เป็นจำนวนมาก ตามความเชื่อว่าเป็นโคลนศักดิ์สิทธิ์ สามารถรักษาโรคต่างๆ ได้ โดยล่าสุด สาธารณสุขบ้านเหลื่อม และทางโรงพยาบาลบ้านเหลื่อม ได้นำป้ายมาแจ้งเตือนชาวบ้านในพื้นที่ แนะนำผลกระทบต่อสุขภาพ หากนำโคลนไปใช้รักษาตัว ทำให้ชาวบ้านบางส่วน เห็นป้ายแจ้งเตือนของทางโรงพยาบาลบ้านเหลื่อมแล้ว ก็ไม่กล้าที่จะนำโคลนไปใช้พอกตัว หวั่นติดเชื้อโรค ขณะเดียวกันสาธารณะสุขอำเภอบ้านเหลื่อม ได้จัดเจ้าหน้าที่ อ.ส.ม.จำนวนกว่า 20 คน มาคอยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่จะเดินทางเข้ามาดูลาวาโคลน เพื่อป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพที่จะฉวยโอกาสหลอกลวงประชาชนในพื้นที่

ด้านนายไชยวน พันคำ อายุ 52 ปี ชาวบ้านที่มาสังเกตการณ์ กล่าวว่า ตนเองได้ยินเพื่อนบ้านบอกว่าโคลนที่ผุดขึ้นมานี้ มีความศักดิ์สิทธิ์ นำมาทาหน้า และร่างกายแล้วทำให้ผิวพรรณเนียนขึ้น อีกทั้งยังมีคนนำน้ำที่อยู่บริเวณลาวาโคลนมาดื่มกินรักษาโรคต่างๆ แต่เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่สาธารณะสุขทำป้ายเตือน จึงไม่กล้าที่จำนำมาทาผิวและดื่มกินเหมือนคนอื่น เพราะไม่รู้ว่าในโคลนนั้นจะมีสารอะไรบ้าง

Advertisement

ส่วนนางทองจันทร์ สีมุม อายุ 47 ปี ชาวบ้านอีกคน กล่าวว่า ตนเองกลัวว่าลาวาโคลนจะมีสารพิษที่มาจากการทำเกษตรกรรมปะปนอยู่ด้วย จึงไม่กล้าที่จะนำมาดื่มกิน หรือทาตัว เพราะคนที่ดื่มกินและทาตัวแล้ว ตนก็ยังไม่เห็นผลกับตาอย่างที่กล่าวอ้าง จึงต้องรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์ผลออกมาอย่างเป็นทางการก่อน