วันที่ 26 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นครพนม ว่า จากสภาพที่หนาวเหน็บอุณหภูมิลดฮวบเฉลี่ย 8-11 องศา ส่งผลให้ประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีชายแดนติดฝั่งประเทศสปป.ลาว ได้รับอิทธิพลคลื่นความหนาวเย็นจากประเทศจีน และเวียดนาม ต่างหาผ้าห่มกันหนาวสวมใส่ และก่อกองไฟผิงไล่ความหนาว ขณะที่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ ต้องก่อไฟไล่ความหนาวให้สัตว์เลี้ยง หวั่นสัตว์เลี้ยงในคอกเป็นโรคปอดบวม
นายประสิทธิ์ชัย ปาลือชา เจ้าหน้าที่สัตวบาล สำนักงานปศุสัตว์อำเภอเมืองนครพนม หนึ่งในผู้เลี้ยงโค-บือ บ้านเลขที่ 298 หมู่ที่ 6 ตำบลหนองญาติ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม กล่าวว่า จากสภาพอากาศหนาวในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา หลังมีฝนตกรินลงมาเป็นระยะ ส่งผลให้สภาพอากาศหนาวจัด โค 2 ตัว และกระบือ 3 ตัวที่เลี้ยงไว้เล็บหญ้าในทุ่งนา ท้ายหมู่บ้านมีอาการหนาวสั่น บางตัวก็ไม่กินหญ้าแห้ง จึงต้องจูงไปผิงแดดเพื่อให้ปรับสภาพ ในร่างกายให้อบอุ่น
นายประสิทธิ์ชัย ยังกล่าวด้วยว่า ช่วงพลบค่ำก่อนจะต้อนฝูงวัว-ควายเข้าคอก ตนให้บุตรชายตระเวนเก็บฟืนตามหัวไร่ปลายนา มากองรวบรวมไว้ ก่อนนำเศษไม้ฟืนและขอนไม้ขนาดใหญ่ มาก่อกองไฟไล่ความหนาวให้ทั้งฝูง ก่อนนำเข้าคอก เพราะหวั่นว่าโค-กระบือ จะเป็นโรคปอดบวมเนื่องจากสภาวะอากาศหนาวเหน็บ หากล้มตายลงก็จะขาดทุนเพราะซื้อมาขุนไว้ขายตกตัวละ 50,000-60,000 บาท ไว้ตกลูกเพื่อขายต่อให้กลุ่มผู้เลี้ยงในละแวกหมู่บ้านได้กำไรงามต่อไป
ในขณะที่สามล้อสกายแล๊ปและแท็กซี่รับจ้าง ในสถานีขนส่งจังหวัดนครพนม ถนนเฟื่องนคร ต้องรวมตัวกันก่อกองไฟผิงไล่ความหนาว เพื่อทำร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ โดยเฉพาะช่วงเช้าตรู่และช่วงค่ำ ถึงช่วงกลางดึก ที่รถทัวร์สายกรุงเทพฯ-นครพนม และรถโดยสารประจำทาง จะแล่นเข้าสถานีปลายทาง ซึ่งต้องทนอยู่กลางดึกและช่วงใกล้รุ่งสาง เพื่อหารายได้เลี้ยงปากเลี้ยงท้องครอบครัว แม้สภาพอากาศจะแปรปรวนในช่วงนี้ก็ตาม ถือว่าหนาวสุดในรอบปี ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน ยังมีฝนตกปรอยๆ ตลอดในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา

