แม่หาย 8 เดือน บินจากคุนหมิงถึงไทยแล้ว เผยจำไม่ได้ว่าเดินไปถึงจีนได้อย่างไร

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีนางแก้วมณี อาจอ อายุ 59 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ ได้หายตัวไปจากบ้านนานกว่า 8 เดือน ทำให้นางสุชาดา อาจอ อายุ 35 ปี ได้แจ้งความหายแจ้งความหายที่ สภ.เมืองเชียงราย ตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย.2561 และติดตามหากระทั่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมืองคุนหมิง มณฑลยูนาน ประเทศจีน ไปพบตัวขณะกำลังเดินอยู่ริมถนนอาร์สามเอ ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อจากประเทศจีนตอนใต้ มาถึง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา

ล่าสุด พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม.มอบหมายให้ พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.ตม 5 พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ ผกก.ตม.จว.เชียงราย ร่วมกับนายสมกิจ เกศนาคินทร์ นายอำเภอเมืองเชียงราย เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เชียงราย ตำรวจท่องเที่ยว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปรับตัวนางแก้วมณี จากเมืองคุรหมิงกลับประเทศไทยด้วยสายการบินไชน่า อีสเทิร์น เที่ยวบินที่เอ็มยู 2597 ถึงท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงรายในช่วงเวลา 12.30 น.ของวันนี้

พล.ต.ต.พงค์อนันต์ เปิดเผยว่าสำหรับกรณีนี้ทาง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ให้ความสำคัญอย่างมากและได้มอบหมายให้ตนได้ประสานงานฝ่ายต่างๆ เช่น สถานกงสุลใหญ่ของไทย ณ นครคุนหมิง สถานกงสุลใหญ่จีน ณ นครเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกระทั่งพบตัวนางแก้วมณีที่นครคุนหมิงจนพาลูกสาวไปพบแล้วกอดกันได้ในวันแห่งความรักที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมาได้ในที่สุดดังกล่าว สำหรับความเป็นมานั้น ทางนางสุชาดาได้ไปแจ้งความแม่หายเอาไว้ที่ สภ.เมืองเชียงราย เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2561 และแจ้งต่อจุดงานบริการคนต่างด้าว (ส่วนแยก อบจ.เชียงราย) ของ ตม.จว.เชียงราย เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.พงค์อนันต์ กล่าวว่าสำหรับการที่นางแก้วมณีสามารถเดินทางไปไกลถึงประเทศจีนนั้นต้องรับทราบกันก่อนว่านางแก้วมณียังมีอาการหลงลืมและไม่สามารถบอกเส้นทางที่เดินทางไปให้ชัดเจน แต่ก็ทราบว่าเจ้าตัวไม่มีหนังสือเดินทางระหว่างประเทศหรือพาสปอร์ตจึงคาดว่าหากเป็นการเดินไปก็ต้องใช้ช่องทางธรรมชาติแต่ไม่อาจทราบได้ว่าหลังจากนั้นได้เดินไปทางประเทศเมียนมา-จีน หรือ สปป.ลาว กันแน่ รวมทั้งไม่ทราบว่าเข้าสู่ประเทศจีนได้อย่างไร กระนั้นก็พบว่ามีร่างกายแข็งแรงสามารถเดินได้เร็วมากจึงอาจเป็นไปได้ ส่วนการช่วยเหลือนับจากนี้นั้น จะได้ส่งให้ทาง พม.ให้การช่วยเหลือทั้งด้านสวัสดิการหรือกองทุนต่างๆ เพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่กับครอบครัวได้อย่างเป็นสุขต่อไป

หลังนางแก้วมณีกลับถึงบ้าน ทางนางสาวภาณี จันทร์ตัน รักษาราชการแทนพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เชียงราย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงราย ได้เดินทางเข้าไปเยี่ยมและประสานนางสุชาดาเพื่อที่จะนำตัวนางแก้วมณีไปตรวจสุขภาพเพื่อตรวจสภาพร่างกายและให้การช่วยเหลือทั้งระยะสั้นและระยะยาว

โดยนางสาวภาณี กล่าวว่านางแก้วมณีทราบว่าซูบผมอลงไปมากน้ำหนักหายไปร่วม 20 กิโลกรัม เบื้องต้นจะได้นำตัวไปตรวจร่างกายเพื่อให้การช่วยเหลือด้านสุขภาพก่อน โดยนางแก้วมณีถือเป็นคนที่มีรายได้น้อยและฐานะยากจนตามระเบียบ จะมีเงินช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อยังชีพก่อนประมาณ 3,000 บาท ที่ผ่านยังไม่ได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จึงไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆ แต่เป็นบุคคลที่บัตรประชาชนซึ่งจะได้ให้การช่วยเหลือตามสิทธิ์ที่ควรจะได้ ส่วนระยะยาวจะหาอาชีพให้ทำซึ่งยังไม่รู้ว่านางแก้วมณีเอง จะทำอะไรได้บ้างเพราะเป็นโรคอัลไซเมอร์ หลงๆลืมๆพุดคุยไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่จะพยายามหาอาชีพที่ทำได้เพื่อใช้เลี้ยงชีวิตในระยะยาว

ด้านนางสุชาดา กล่าวว่าตนดีใจมากและขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายโดยเฉพาะ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ตม.5 ตม.จว.เชียงราย สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ทั้งไทยและจีนที่ให้การช่วยเหลือพาแม่ของตนกลับคืนสู่ภูมิลำเนาได้ เพราะตนติดตามหาแม่ที่หาไปนานกว่า 8 เดือนแล้วโดยหลังจากแจ้งคนหายเอาไว้แล้วก็ปรึกษากับสามีว่า หากแม่หายไปยังต่างประเทศจะทำอย่างไร ต่อมาทราบว่าทาง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เป็นผู้ที่ช่วยเหลือประชาชนในทุกเรื่องจึงได้ไปแจ้งกับต่อทาง ตม.จนได้รับการช่วยเหลือดังกล่าว โดยเฉพาะทาง ร.ต.อ.หญิงจารุวรรณ ที่เมื่อรับเรื่องแล้วก็คอยช่วยเหลือในทุกด้านมาโดยตลอด

ด้านนางสุชาดา กล่าวอีกว่าตนและแม่ไม่เคยเดินทางไปประเทศจีนมาก่อนจึงไม่คาดคิดว่าแม่จะไปปรากฏตัวไกลถึงประเทศจีน เพราะที่ผ่านมาไม่เคยไปประเทศจีนมาก่อน จึงสอบถามแม่แล้วก็ทราบเพียงว่าท่านใช้วิธีการเดินเท้าไปอย่างเดียวโดยไม่ได้มีรถหรือเรือไปส่งโดยเดินไปเรื่อยๆ แต่จำไม่ได้ว่าไปทางประเทศเมียนมาหรือ สปป.ลาว ตอนแรกที่หายตัวไปนานถึง 8 เดือนรู้สึกหมดหวังแล้วว่าจะไม่ได้พบตัวแม่อีก เมื่อเจ้าหน้าที่แจ้งว่าพบตัวที่เมืองคุณหมิง ประเทศจีนตนรู้สึกตกใจว่าแม่ได้อย่างไรและไม่เชื่อว่าเป็นแม่ โดยเชื่อเพียง 30 เปอร์เซ็นเท่านั้น แต่เมื่อไปหาถึงรู้ว่าเป็นแม่จริงรู้สึกดีใจมากและต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความช่วยเหลือจนพบเจอแม่ในครั้งนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ปิดแล้ว‘ศึกษาภัณฑ์ราชดำเนิน’ ปรับปรุง 2 ปีก่อนขอเช่าใหม่ 
บทความถัดไป12 ปี ‘กำลังใจ’ แรงบันดาลพระทัย พัฒนาคุณภาพชีวิต ‘โลกหลังกำแพง’