หน้าแรก ภูมิภาค ตะลึง!! พืชเก...

ตะลึง!! พืชเกษตรผลพลอยได้ สัตว์ปีกนำพาโดยไม่ต้องปลูก สร้างรายได้ดี

15.05.16 | 16:34 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรชาวตำบลอ่างทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี ปลูกชะอมขายช่วงหน้าแล้ง และยังเก็บตำลึงพืชเกษตรที่สัตว์ปีกนำพา เป็นผลพลอยได้โดยที่ไม่ต้องปลูก สร้างรายได้ขายดี ช่วงหน้าแล้ง

โดยเนื้อที่กว่า 3 ไร่เศษ ของนายสมัย กลิ่นจันทร์ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52 หมู่ 8 ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี ที่ยึดอาชีพปลูกชะอมขายยอดมานานหลายปี โดยหาซื้อกิ่งพันธุ์ชะอมกิ่งละ 20 บาทมาปลูก เนื่องจากเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อยในช่วงฤดูแล้ง ประมาณ 3-4 เดือน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตตัดยอดอ่อนส่งขายได้ราคาดี เป็นผักอีกชนิดที่กำลังเป็นที่ต้องการของท้องตลาดมาก เนื่องจากปัญหาภัยแล้งส่งผลกระทบให้หลายพื้นที่ขาดน้ำทำการเกษตร บางแห่งไม่สามารถปลูกพืชผักส่งขายตลาดได้ ทำให้ผักบางชนิดเริ่มขาดตลาด และมีราคาสูงขึ้น เนื่องจากเป็นผักที่ต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะผักตำลึงที่ขึ้นอยู่ตามริมรั้วบ้าน ใครจะคิดว่าจะมีราคาดีในท้องตลาดแถมยังขาดตลาดอีกด้วย

นายสมัย กลิ่นจันทร์ ผู้ปลูกชะอม เปิดเผยว่า ที่บ้านจะปลูกชะอมเป็นพืชหลัก ประมาณ 3-4 ไร่ แต่จะมีผลพลอยได้เข้ามาช่วงที่กำลังเก็บเกี่ยวชะอม คือ ผักตำลึงที่เหล่าสัตว์ปีกมาถ่ายมูลทิ้งไว้ เมื่อได้น้ำผักตำลึงขึ้นเองตามธรรมชาติ เป็นพืชที่มีลักษณะเป็นเถา เลื้อยอาศัยอยู่ที่ต้นชะอมเข้ามาเสริมรายได้

ในส่วนของชะอมจะเก็บยอดขายประมาณ 2-3 วันครั้ง เก็บยอดมามัดเป็นกำ ได้ครั้งละประมาณ 50-60 กำ จะส่งขายกำละประมาณ 8-10 บาท แต่ช่วงนี้อยู่ในช่วงหน้าแล้งราคาจะสูงขึ้นส่งขายกำละ 15 บาท ทำให้มีรายได้จากการขายชะอมครั้งละกว่า 450-500 บาท ส่วนตำลึงที่ขึ้นเองนั้นก็จะเก็บเสริมหลังจากที่เก็บชะอมไปแล้ว ขายได้ครั้งละประมาณ 20-30 กำ ส่งขายแม่ค้าคนกลางกำละ 7-10 บาท ได้เงินครั้งละประมาณ 200-250 บาท ส่วนในท้องตลาดทั่วไปที่จะผ่านแม่ค้าคนกลาง กำละประมาณ 15 บาท ทุกวันนี้ที่บ้านได้อาศัยน้ำจากคลองชลประทานที่ไหลผ่าน ซึ่งจะปล่อยน้ำตามระบบคือปล่อย 1 อาทิตย์ ปิด 2 อาทิตย์ โดยที่บ้านจะใช้เครื่องสูบน้ำเข้ามารดต้นชะอมในระบบสปริงเกลอร์ และใช้สายยางรดวันเว้นวัน สำหรับต้นชะอมเป็นผักที่ทนแล้ง สามารถอดน้ำได้นานเป็นเดือน ถ้าไม่มีน้ำรดนานๆ แล้ว บริเวณใบจะเริ่มมีสีเหลืองและไม่มียอดให้เก็บ

ช่วงหน้าแล้งปีนี้ทำให้ที่บ้านปลูกผักชะอมขายแต่ยังสามารถเก็บผักตำลึงขายได้อีก เป็นผลพลอยได้อีกอย่างที่ไม่ต้องลงทุน แถมยังปลอดสารพิษ เพราะที่บ้านใช้สมุนไพรหลายอย่างที่นำมาทำเป็นยาฉีดพ่น เช่น หัวกลอย สารสะเดา ผสมน้ำหมักชีวภาพฉีดพ่นต้นชะอม และต้นตำลึงทำให้พืชผักที่ปลูกปลอดสารเคมีปลอดภัยต่อผู้ที่ซื้อไปบริโภคอีกด้วย

Advertisement

จากปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ต่างๆ ทำให้เกษตรกรหลายคนบริเวณหมู่ 8 ต.อ่างทอง อ.เมือง กว่า 30 ราย ซึ่งมีพื้นที่อยู่ใกล้คลองชลประทานมีน้ำไหลผ่าน ต่างหันมาปลูกต้นชะอมกันมากขึ้น เนื่องจากเป็นพืชผักที่ทนแล้งและยังมีราคาดีในช่วงนี้ นอกจากนี้ยังจะมีผักตำลึงซึ่งชอบขึ้นอยู่ตามริมรั้วบ้านและตามต้นชะอม ทำให้เกษตรกรปลูกผักอย่างเดียวแต่สามารถเก็บขายได้ราคาแพงเป็นผลพลอยได้อีกทางหนึ่ง