ผู้สมัคร ส.ส.สระแก้ว สุดทน แฉพฤติกรรม ผู้สมัคร ส.ส.บางคน ซื้อสิทธิขายเสียงอย่างเนียน

ผู้สมัคร ส.ส.สระแก้ว สุดทน แฉพฤติกรรมผู้สมัคร ส.ส.บางคน ซื้อสิทธิขายเสียงอย่างเนียน โร่ยื่นหนังสือกับผู้ว่าฯสระแก้ว หลังออกหาเสียง พบผู้นำหมู่บ้านวางตัวไม่เป็นกลางทางการเมือง

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ นายพรพล เอกอรรถพร ผู้สมัคร ส.ส.สระแก้ว เขต 3 หมายเลข 8 พรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางเข้าพบ นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ที่ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว เพื่อยื่นหนังสือเกี่ยวกับเรื่องให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านวางตัวเป็นกลางและสนับสนุนการประชาสัมพันธ์ ให้กับทุกพรรคการเมือง แต่ไม่พบผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ทราบว่าติดการประชุม จึงได้ยื่นหนังสือไว้กับนายสมิทธ์ จารุเสวี เลขาฯผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว แทน เพื่อนำเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วต่อไป

นายพรพล เอกอรรถพร เผยว่า จากการหาเสียงเลือกตั้งในเขตจังหวัดสระแก้ว เขต 3 ในครั้งนี้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านแต่ละแห่งปฏิเสธที่จะประชาสัมพันธ์ผ่านหอกระจายเสียงให้ประชาชนในหมู่บ้านได้รับทราบว่า มีพรรคการเมืองเข้ามาปราศรัยหาเสียง และได้ให้ผู้สมัครแต่ละพรรค ใช้รถกระจายเสียงไปประกาศเชิญชวนเอง โดยอ้างว่าเพื่อรักษาความเป็นกลาง ตามแนวทางปฏิบัติ ที่นายอำเภอได้ให้ไว้ ซึ่งวิธีการเช่นนี้ ดูเสมือนว่าเป็นการทำหน้าที่เพื่อรักษาความเป็นกลาง แต่แท้จริงแล้ว กลับเป็นการทำหน้าที่ที่ไม่เป็นกลางอย่างที่สุด และยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งบางราย สามารถกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งโดยสะดวกอีกด้วย

“การหาเสียงของผู้สมัครบางพรรค ได้ซ่อนการทุจริตลงไปในกระบวนการ โดยจะทำการจ่ายเงินว่าจ้างบางคน เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิก อปท. หรือ อสม.บางท้องที่ ที่สมยอมกันไว้ก่อน เป็นเงินจำนวน 5,000-20,000 บาทต่อคน ตามความสำคัญของตำแหน่ง เพื่อให้มาสนับสนุนตนเอง ซึ่งค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ใช้เงินสูงถึง 10,000,000 บาท ซึ่งขณะนี้ทราบว่าผู้สมัครบางคนมีพฤติกรรมเช่นนี้แล้ว เมื่อมีการจ่ายเงินจ้างผู้นำในพื้นที่ไว้แล้ว ผู้นำจะดำเนินการในลักษณะที่ไม่เป็นกลาง ด้วยการส่งบริวารให้เข้าไปพูดและเจรจากับชาวบ้าน พร้อมทั้งทาบทามขอจดรายชื่อไว้ ซึ่งอาจจะมีการจ่ายเงินตามมาเมื่อใกล้ถึงเวลาเลือกตั้ง เมื่อผู้สมัคร ส.ส.ที่ทุจริต มีกำหนดที่จะเข้าไปในหมู่บ้าน เพื่อพบปะกับชาวบ้านและปราศรัยนโยบาย บรรดาผู้นำที่ได้รับค่าจ้างไว้แล้ว จะเข้าไปชักชวนประชาชนที่ตนเองได้ทาบทามไว้ให้ออกมาต้อนรับ สร้างภาพให้เห็นว่าผู้สมัครคนนั้นได้รับความนิยมอย่างสูงจากชาวบ้าน เพื่อจะได้ถ่ายภาพเผยแพร่ในสื่อโซเชียล ซึ่งการนี้ชาวบ้านจะได้ค่าตอบแทนคนละ 100-200 บาท”

นายพรพลกล่าวอีกว่า ผู้สมัครที่หาเสียงโดยสุจริต จะต้องเข้าพบผู้ใหญ่บ้าน เพื่อขอใช้สถานที่ปราศรัย หาเสียง แต่ผู้ใหญ่บ้านจะบอกว่ากลัวจะไม่เป็นกลาง ให้เชิญชวนชาวบ้านเอง ขณะเดียวกันประชาชนก็ไม่กล้าออกมาฟัง เพราะทราบดีอยู่แล้วว่าผู้นำในพื้นที่สนับสนุนผู้สมัคร ส.ส.คนใดอยู่ หากออกไปฟังก็จะถูกเพ่งเล็ง จึงเท่ากับเป็นการปิดโอกาสการเข้าถึงชาวบ้านของผู้สมัครที่สุจริตไปในทันที ดังนั้น หลักการแห่งความเป็นกลาง ผู้ใหญ่บ้านแต่ละแห่งควรให้ความสะดวกด้านสถานที่ และประกาศเชิญชวนประชาชนในหมู่บ้าน ให้ร่วมรับฟังการปราศรัยของผู้สมัครทุกพรรคโดยเท่าเทียมกัน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูล ที่จะนำไปตัดสิน เลือกตัวแทนของตน ประชาชนย่อมเกิดความสบายใจในการออกมารับฟังการปราศรัย ส่วนผู้ที่ไม่ประสงค์จะรับฟังก็เป็นสิทธิของแต่ละบุคคล ทั้งนี้ เป็นการส่งเสริมให้การหาเสียงเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และเกิดความเป็นกลางอย่างแท้จริง

บทความก่อนหน้านี้‘จุฑามาศ-นิลาวัลย์’ ควงหมัดช่วยเสื้อกล้ามไทยคว้า2ทอง
บทความถัดไปตร.เตรียมออกหมายจับสามี เชื่ออาจฆาตกรรมภรรยา ก่อนฝังดินอำพราง