เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบอุโมงค์ปริศนาในพื้นที่บ้านใต้ หมู่ 5 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ที่พบชื่อบริษัท บ้านใต้บีช จำกัด เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าว และยังไม่พบการขออนุญาตก่อสร้างอาคารจากเทศบาลนครเกาะสมุย ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 โดยพบว่ากรรมการบริษัทเป็นชาวต่างชาติ 3 คน และมีผู้ถือหุ้นในบริษัท 3 ราย เป็นบุคคล 2 ราย และนิติบุคคล 1 ราย โดยบุคคลรายแรกเป็นชาวต่างชาติ มีหุ้น 64.98% หรือ 6,498,000บาท กับบุคคลที่ 2 เป็นชาวต่างชาติ แต่ระบุว่าถือสัญชาติไทย มีหุ้น 0.02% หรือ 2,000 บาท ส่วนหุ้นส่วนจากนิติบุคคล 1 ราย คือบริษัทที่มีสัญชาติหมู่เกาะเวอร์จิน ประเทศอังกฤษ มีหุ้น 35% หรือ 3,500,000 บาท ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น จากการตรวจสอบเชิงลึก พบว่า มีผู้ถือหุ้นในบริษัทบ้านใต้บีชฯ ที่เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินแปลงที่ตั้งการก่อสร้างอุโมงค์ปริศนา 2 ราย ซึ่งมีชื่อเป็นกรรมการในจำนวนทั้งหมด 6 คนของบริษัท มิสกวัน จำกัด เจ้าของโรงแรมมิสกวันวิลล่า ตั้งอยู่ชายหาดแม่น้ำ หมู่ 1 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย ที่ถูกร้องเรียนกล่าวหาว่าโรงแรมแห่งนี้ลักลอบเปิดให้บริการประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่มีใบอนุญาต และอาจเป็นเครือข่ายนอมินีต่างชาติ โดยเปิดให้บริการมากว่า 10 ปี มีที่พักทั้งหมด 11 วิลล่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ นายปริญญา อุดมศักดิ์ ปลัดอำเภอเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยเทศบาลนครเกาะสมุย ตำรวจ สภ.เกาะสมุย ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย มณฑลทหารบกที่ 45 พื้นที่เกาะสมุย นำกำลังเข้าตรวจสอบหลังพบไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม และไม่สามารถนำใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ อ.เกาะสมุย จึงได้แจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายกับบริษัทมิสกวันฯ ในความผิดฐานประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ปัจจุบันถูกสั่งให้โรงแรมปิดกิจการ หากฝ่าฝืน มีโทษปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท






