วันที่ 17 พฤษภาคม นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวถึงสถานการไฟไหม้พื้นที่ป่าพรุควนเคร็งว่า ได้ลงไปตรวจสอบในพื้นที่แล้วใน พื้นที่หมู่ 11 บ้านไสขนุน ต.คร็ง อ.ชะอวด จากรายงานของเจ้าหน้าที่ สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่รุนแรง สามารถควบคุมได้ เป็นเพียงไฟไหม้ป่าที่ผิวดินเท่านั้น ยังไม่ไหม้ลงใต้ดินแต่อย่างใด แต่หากระดับน้ำใต้ดินในป่าพรุต่ำกว่า 30 เซนติเมตร ก็จะอันตราย หากไฟไหม้ลงใต้ดินแล้วก็จะควบคุมเพลิงได้ยาก เนื่องจากในป่าพรุมีทั้งก๊าซมีเทน และวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงจำนวนมาก ขณะนี้ได้ขอให้กรมควบคุมมลพิษ โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นำรถตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่ไปตรวจวัดปริมาณฝุ่นละออง หมอกควันในพื้นที่ตำบลเคร็ง ว่าเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ เพื่อจะได้ดูแลสุขภาพของประชาชนต่อไป
ทั้งนี้ ป่าพรุควนเคร็งที่อยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ครอบคลุม 5 อำเภอ มีหน่วยงานในพื้นที่รับผิดชอบอยู่ 2 หน่วยงานหลัก คือ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ่อล้อ และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ได้เกิดไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งมาตั้งแต่กลางเดือนเมษายน จนถึงวันที่ 16 พ.ค. 2559 จำนวน 19 ครั้ง ป่าอนุรักษ์ถูกไฟไหม้เสียหายแล้วเกือบ 2,000 ไร่ และสวนป่าชุมชนสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ต.ชะอวด อ.ชะอวด ถูกไฟไหม้ประมาณ 900 ไร่

นายธนากร รักษ์ธรรม หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวว่า ไฟไหม้ป่ารุนแรงที่สุดเมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 14-15 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีพื้นที่เสียหายรวม 936 ไร่ เป็นการจุดไฟเผาทุ่งกระจูดเพื่อให้กระจูดงอกขึ้นมาใหม่ เนื่องจากกระจูดเดิมเมื่อมีอายุ 5 ปี จะทำให้ตอกแข็ง ไม่สามารถนำมาใช้สอยได้ ซึ่งทุ่งกระจูดได้รับความเสียหายประมาณ 486 ไร่ อย่างไรก็ตาม กลุ่มควันที่ยังมีให้เห็นอยู่นั้น จะไม่ลุกลามแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ทยอยลงไปดับให้มอดสนิทต่อไป อย่างไรก็ตาม หากฝนไม่ตกลงมาสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งจะยังคงมีความเสี่ยงต่อไปจนถึงต้นเดือนตุลาคม 2559

