หน้าแรก ภูมิภาค ประมงไทยอ่วม ...

ประมงไทยอ่วม อุณหภูมิน้ำทะเลเปลี่ยน จับปลาทูได้น้อยลง เครียดแบกต้นทุนไม่ไหว

17.05.16 | 14:56 น.

เรือประมงเริ่มออกทำประมงจับปลาทูและปลาทะเลหลังเปิดอ่าว แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อสามารถจับปลาทู สัตว์ทะเลได้น้อยลงกว่าทุกปี แถมราคาปลาทูก็ตกต่ำ ทำให้ชาวประมงได้รับผลกระทบจากต้นทุนในการออกจับปลาแต่ละเที่ยวที่สูงขึ้น

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม หลังจากที่สิ้นสุดการประกาศปิดอ่าวตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ.-15 พ.ค.ที่ผ่านมา ในอาณาเขตพื้นที่ 26,400 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี โดยบรรยากาศที่บริเวณสะพานท่าเทียบเรือเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พบว่ามีเรือประมงมาจอดเทียบท่าเพื่อน้ำปลามาขายให้กับพ่อค้าคนกลาง โดยเฉพาะปลาทูที่เรือประมงจับได้นั้นมีปริมาณที่ลดลงกว่าในช่วงเวลาเดียวกันของทุกปีที่ผ่านมา

จากการสอบถามนายอากร ชาวจีน อายุ 51 ปี ไต้ก๋งเรือประมง ชื่อสหธนัญชัย 8 ซึ่งเป็นเรือประมงจาก อ.มหาชัย จ.สมุทรสาคร บอกว่า ได้ออกทำประมงจับปลาทูหลังจากประกาศเปิดอ่าว แต่ก็สามารถจับปลาทูได้น้อยลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งหน้าที่จะเกิดจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น เนื่องจากปลาทูจะชอบอยู่ในน้ำทะเลที่อุณหภูมิประมาณ 31 องศาเซลเซียส แต่ขณะนี้อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้นถึง 34 องศาเซลเซียส และที่สำคัญปลาทูที่จับได้ยังมีขนาดตัวที่เล็กลงขายได้ราคาถูก ขณะที่การออกเรือเพื่อทำประมงในแต่ละครั้งจะต้องมีต้นทุนค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 8 แสนบาท จนเจ้าของเรือประมงต่างมีอาการที่หวั่นวิตกว่าจะสามารถแบกรับภาระต้นทุนทีสูงและไม่คุ้มทุนได้นานแค่ไหน

นอกจากนี้รัฐบาลได้ออกกฎระเบียบให้ชาวประมงต้องปฏิบัติตามประมาณ 60 ข้อ ซึ่งกฎระเบียบต่างๆ ที่ออกมาบังคับใช้กับชาวประมงนั้นเป็นกฎระเบียบที่ร้ายแรงต่อชาวประมงกลัวจะไปกันไม่รอด ที่สำคัญไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง และยังมีโทษปรับตั้งแต่หลักแสนบาทจนถึง 30 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นโทษที่หนักสำหรับชาวประมง

ด้านนายวิรัช แสงสด เจ้าของแพปลาโชคสุดารัตน์ กล่าวว่า โชคดีของผู้บริโภคที่จะได้บริโภคปลาทูในราคาที่ถูกกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากราคาปลาทูบริเวณอ่าวไทยมีราคารับซื้อในราคาที่ถูก แต่ปีนี้เป็นปีของชาวประมงทางฝั่งทะเลอันดามัน เพราะปลาทู และสัตว์ทะเลมีปริมาณมากกว่าอ่าวไทย และราคารับซื้อก็สูงกว่าอีกด้วย

Advertisement