เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ต.ท.เอกราช หุ่นงาม หรือสารวัตรเอก อดีตรอง ผกก.ป.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ผู้สมัคร สส. หมายเลข 7 พรรคเสรีรวมไทย เขต 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า พรรคมองเห็นปากท้องของประชาชนสำคัญมากสุด ด้วยนโยบายข้อแรก หยุดความยากจน นโยบายข้อสอง หยุดคอร์รัปชั่น หากการบริหารงานของรัฐบาล เป็นไปโดยสุจริต ซื่อสัตย์ ไม่โกง และปราบเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตได้ งบประมาณทุกบาทย่อมกลับไปใช้พัฒนาประเทศ ดูแลประชาชนเต็มเม็ดเต็มหน่วย นโยบายข้อสามของพรรค คือ หยุดยาเสพติด ขจัดผู้มีอิทธิพลให้สิ้นซาก ปัจจุบันยาเสพติดระบาดมากขึ้น จากราคาเม็ดละ 300 บาท เหลือเพียง 3 เม็ด 100 บาท ทำให้เสพกันอย่างมากมาย ถ้าอยากให้ลูกหลานห่างไกล หลุดพ้นจากยาเสพติด
ด้านนายประมวล พงศ์ถาวราเดช ผู้สมัคร สส.เขต 3 หมายเลข 1 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในฐานะแชมป์เก่า อดีต สส.หลายสมัย ขณะที่การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้สมัครจาก 27 พรรคลงแข่ง หรือมีกระแสชาวบ้านบางส่วนต้องการจะเปลี่ยนพรรค ยอมรับว่าเป็นเรื่องปกติของการแข่งขันทางการเมือง แต่แนวทางของพรรคจะหาเสียงตามกติกาด้วยการประกาศนโยบาย แม้ว่าจะมีผู้สมัครจากพรรคใหญ่บางพรรคพยายามทุกวิถีทางเพื่อซื้อประชาชน แต่อำนาจรัฐเมินเฉย ขณะที่อำนาจหน้าที่ของ กกต.จังหวัดและ กกต.เขต ควรปฏิบัติหน้าที่ให้ประชาชนศรัทธา แต่เชื่อว่าหลังการเลือกตั้งจะมีการร้องเรียนปัญหาจากการซื้อเสียง จากผู้สมัครหลายพรรคที่มีพยานหลักฐาน ขณะที่ปัจจุบันประชาชนยืนยันว่าจะไม่ลงคะแนนให้คนที่แจกเงินด้วยวิธีการแบบเก่า สำหรับตนใช้แนวทางหาเสียงแบบเรียบง่ายเดินทางเสียงเพียงคนเดียว เพื่อแสดงให้เห็นว่าการทำงานการเมืองไม่จำเป็นต้องใช้อิทธิพลหรือบารมีเข้ามาสร้างภาพ

นายไกรวิทย์ ปริยชาติตระกูล หัวหน้าศูนย์ประสานงานพรรคอนาคตใหม่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า หลังจากสมาชิกเพจเฟซบุ๊ก” พลเมืองในนครหัวหิน “ เปิดการหยั่งเสียงสำรวจความเห็นจากสมาชิก ปรากฏว่าผลโพล พรรคอนาคตใหม่ นำมาเป็นที่ 1 ส่วนพรรคเพื่อไทยตามมาเป็นที่ 2 ตามด้วยพรรคพลังประชารัฐ พรรคเสรีรวมไทยและ พรรคประชาธิปัตย์ สำหรับผลโพล ทำให้ทีมงานของพรรคมีกำลังใจในการเสียงเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีผลตอบรับเกินความคาดหมาย เชื่อว่าส่วนหนึ่งมาจากกระแสตอบรับของคนรุ่นใหม่จากการลงพื้นที่หาเสียงของหัวหน้าพรรคที่ อ.หัวหิน และเกิดจากคะแนนนิยมจากกรณีพรรคถูกดำเนินคดีเป็นเป้าโจมตีอย่างต่อเนื่อง

