จากกรณีที่มีผู้เสียหายถูกผู้ว่าจ้างหลอกจ้างให้ทำกระยาสารทจำนวน 2,000 กิโลกรัม แต่เมื่อทำเสร็จผู้ว่าจ้างกลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมมารับกระยาสารทที่ทำ ทำให้ครอบครัวผู้เสียหายต้องสูญเสียเงินลงทุนในการซื้ออุปกรณ์ และวัตถุดิบในการทำกระยาสารทเป็นเงินจำนวนนับแสนบาท คล้ายๆ กับกรณีที่มีข่าวถูกหลอกให้ทำข้าวกล่องนับหมื่นกล่องไปเมื่อไม่นานมานี้นั้น
ความคืบหน้าวันนี้ (4 มีนาคม) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 28 หมู่ 9 บ้านบุเจ๊ก ตำบลสุขเกษม อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นบ้านของผู้เสียหาย นางประณีต เรืองชัยศิริวัฒน์ และสามีกำลังนั่งบรรจุข้าวกระยาสารทแบ่งใส่ถุง เพื่อส่งขายให้กับลูกค้าตามออเดอร์ที่ลูกค้าช่วยเหลือสั่งซื้อเข้ามาหลังจากที่มีข่าวแพร่ออกไป
นางประณีต ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า หลังจากมีข่าวเผยแพร่ออกไป ทำให้ขณะนี้มีคนจำนวนมากติดต่อช่วยเหลือขอสั่งซื้อข้าวกระสารทผ่านทางเฟซบุ๊กของลูกสาวตน โดยขณะนี้มียอดสั่งซื้อกระยาสารทเข้ามาแล้วประมาณ 100 กิโลกรัม จากยอดกระยาสารทที่ยังเหลือค้างอยู่ที่บ้านพักประมาณ 500 กิโลกรัม ซึ่งตามปกติตนขายข้าวกระยาสารทในราคากิโลกรัมละ 100 บาท แต่ขณะนี้ตนขอขายแค่เพียงราคากิโลกรัม 80 บาทเท่านั้น และอยากฝากขอบคุณไปยังทุกคนที่ช่วยเหลือสั่งซื้อกระยาสารท ทำให้ตนและครอบครัวสามารถถอนทุนคืนบ้างจากเงินที่ได้ลงทุนไป และยังทำให้ตนและครอบครัวมีกำลังแรงใจในการดำเนินชีวิตต่อไป
ส่วนเบื้องหลังของการว่าจ้างให้ทำกระยาสารทในครั้งนี้นั้น ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนางนงนุช จิณรักษ์ ซึ่งเป็นหลานสาวของนางประณีต ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนเป็นผู้รับออเดอร์ และร่วมลงทุนธุรกิจรับทำกระยาสารทมาจากนางสาววรรลุณี เทียนประชา และนายจิระวัฒน์ ขันคำ โดยทั้งสองคนได้หลอกลวงตนนำเงินไปจัดซื้อวัตถุดิบสำหรับผลิตกระยาสารทดังกล่าวไปประมาณ 7 แสนบาท ซึ่งตนได้หลงเชื่อ และเห็นว่าเป็นหนทางสร้างรายได้ให้ครอบครัว ตนจึงให้ญาติพี่น้องไปซื้ออุปกรณ์ และวัตถุดิบเพื่อผลิตทำกระยาสารทขายเอง แต่ภายหลังกลับพบว่าไม่มีการทำธุรกิจค้าขายกระยาสารทอยู่จริง ทำให้ตนและครอบครัวที่ร่วมลงขันผลิตกระยาสารทถูกหลอก และจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับเงินค่าผลิตกระยาสารทแม้แต่บาทเดียว โดยตนได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

