หน้าแรก ภูมิภาค ปลัดสธ.รุดตรว...

ปลัดสธ.รุดตรวจรพ.มหาราชฯ หลังข่าวออกวิกฤตปิดตึก เตรียมแก้ปัญหารพ.ทั่วประเทศ

17.05.16 | 16:23 น.

กรณีทางโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างหนัก ส่งผลกระทบให้มีการยุบรวมคนไข้จากห้องพักพิเศษมาอยู่รวมกัน ขณะที่ศูนย์ไตเทียมต้องเลื่อนนัดผ่าตัดส่งผู้ป่วยล้างไตไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียง เลื่อนนัดผ่าตัดของผู้ป่วยบางส่วนออกไป ขณะที่ทางจังหวัดได้เข้าตรวจสอบและเร่งให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 18 พฤษภาคม ที่ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะได้เดินทางลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมเรียกประชุมภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยมี นพ.ทรงเกียรติ เล็กตระกูล ผู้อำนวยการ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช และ หน.ส่วนให้การต้อนรับ จากนั้นได้เดินทางเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงตามอาคารต่างๆ โดยใช้เวลากว่า 1 ชม. จึงแล้วเสร็จ

นพ.โสภณเปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจาก รมว.สาธารณสุขให้ลงมาดูปัญหาที่ รพ.มหาราชฯ เราคงยอมไม่ได้ที่จะให้โรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขขนาดใหญ่ต้องปิดกิจการโดยไม่ให้การดูแลพี่น้องประชาชน ข่าวที่ออกไปเกิดความไม่สบายใจ ตนมาเดินตรวจทุกอาคารไม่ได้ปิดแบบที่เป็นข่าวแต่อย่างใด ยังเปิดให้บริการเหมือนเดิม มีผลกระทบจากน้ำในเขตเทศบาลที่ส่งมามีไม่เพียงพอ เกิดจากสภาพที่แล้งและได้รับความเดือดร้อนทั้งในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ยืนยันว่ายังไม่ได้ปิดการให้บริการ

การบริหารจัดการภายใน แผนกผู้ป่วยนอกมีผู้ป่วยมารับการรักษาเท่าเดิม จะมีปัญหาเฉพาะห้องสุขาเท่านั้น ปริมาณน้ำไหลเป็นเวลา ส่วนผู้ป่วยในนั้นทั้งห้องไอซียู ทุกแผนกเปิดให้บริการตามปกติ วันที่ 17 พ.ค.มีการผ่าตัด 91 ราย ถือว่าปกติ เกณฑ์เฉลี่ยจะตกอยู่ที่วันละ 83 ราย แผนกไตที่ตกเป็นข่าวนั้น เฉพาะที่ล้างไตแต่ละวันอาจจะมีผู้ป่วยลดลงบ้าง เพราะผู้ป่วยสามารถไปล้างที่อื่นได้ ซึ่งในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชมีทั้งหมด 4 แห่ง ขณะนี้ได้พูดคุยแล้ว ให้มีแหล่งกักเก็บน้ำเฉพาะเอาไว้ให้เพียงพอ

ส่วนห้องพิเศษซึ่งอยู่กระจัดกระจายนั้น เฉพาะตึกเฉลิมพระบารมีที่บอกว่าปิดตึกนั้น ข้อเท็จจริงแล้วเราให้ผู้ป่วยห้องพิเศษมาอยู่รวมกัน เพื่อบริหารจัดการน้ำได้ง่าย การแก้ไขปัญหาระยะสั้นได้รับความร่วมมือจากจังหวัดอย่างเต็มที่ มีรถน้ำจากทหาร อบจ. และ ปภ.ให้บริการอย่างเต็มที่ และได้มีการประสานกับอธิบดี ปภ.และบอร์ดการประปาส่วนภูมิภาคให้เข้ามาช่วยเหลือ โดยทาง ปภ.เขตที่สุราษฎร์ธานีได้บรรทุกท่อส่งน้ำระยะไกล 3.5 กม.มาเชื่อมต่อกับระบบท่อประปาของการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ซึ่งจะสามารถส่งน้ำจาก กปภ.โดยตรงยัง รพ.มหาราชฯได้ประมาณ 300 ลบ.ม./วัน ส่วนรถของหน่วยงานต่างๆ ที่ส่งน้ำให้กับ รพ.มหาราชฯก็จะได้ไปบรรทุกน้ำช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนต่อไป

Advertisement

ส่วนในระยะยาวได้สั่งการให้ รพ.มหาราชฯเจาะบ่อบาดาลทันที ซึ่งเมื่อปี 2557 ได้เจาะบ่อบาดาลลึก 132 เมตร แต่น้ำไม่พอ สูบใช้ไม่ได้ ปี 2558 เจาะสำรวจลึก 171 เมตร แต่น้ำมีความเค็มสูง ไม่สามารถนำน้ำมาใช้ได้ แต่ปี 2559 นี้ก็ต้องหาที่สำรวจเจาะบาดาลใหม่อีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ รพ.มหาราชฯมีถังน้ำสำรองเพียง 1,100 ลบ.ม. มีพอใช้เพียง 1 วัน จึงจำเป็นต้องสร้างถังเก็บน้ำสำรองเพิ่มอีก 4,000 ลบ.ม. เพื่อให้ใช้ได้ 3 วัน สำหรับ รพ.มหาราชฯเป็นโรงพยาบาลศูนย์ระดับ A เปิดบริการ 1,000 เตียง มีผู้ป่วยในวันละ 705 ราย ผู้ป่วยในรับใหม่วันละ 147 ราย ผู้ป่วยนอกวันละ 2,100-2,700 ราย ผ่าตัดใหญ่เฉลี่ยวันละ 83 ราย จำนวนบุคลากร 2,089 คน ปริมาณใช้น้ำวันละ 1,366 ลบ.ม.

ต่อข้อถามทาง สธ.จะมีมาตรการดูแลโรงพยาบาลทั่วประเทศหรือไม่ว่า การแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในแต่ละที่ไม่เหมือนกันตามสภาพของแต่ละพื้นที่ เพราะเราจะไม่ยอมให้โรงพยาบาลทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ต้องประสบกับปัญหาเรื่องน้ำอย่างเด็ดขาด อย่างไรก็จะให้ทุกโรงพยาบาลสำรวจว่าหากเจอสภาพแล้งจัดๆ ไม่มีน้ำจะมีมาตรการในการดูแลในการบริหารจัดการน้ำอย่างไร มั่นใจว่าจะไม่เกิดหากเรามีแผนอย่างดี